สวนเกษตรบนดาดฟ้า วิทยาศาสตร์ ป. 4 (The Local Content in Science for Grade-4 Students)

สวนเกษตรดาดฟ้า  (Rooftop Farming at Laksi)

 สวนเกษตรดาดฟ้า  ได้ริเริ่มก่อตั้ง  พ.ศ. 2545  เริ่มจากเจ้าหน้าที่กลุ่มงานปลูกฯ  ฝ่ายรักษาความสะอาดสวนสาธารณะได้ปลูกผักปลอดสารพิษเพื่อรับประทานกินเองในบริเวณที่ว่างด้านหลังเขตและเจ้าของที่ดินได้มาขอที่ดินคืน  จึงเกิดความเสียหายหากยกเลิกกลางคันเพราะผักกำลังงอกงาม  จึงได้สำรวจกาพื้นที่ปลูกผัก ซึ่งในช่วงนั้นดาดฟ้าของอาคารสำนักงานเขต  เป็นที่เก็บของชำรุด  ไม่ได้ใช้ประโยชน์  จึงเห็นว่าน่าจะทำประโยชน์ได้จึงนำผักที่ปลูกใส่กระถางนำไปวางไว้บนดาดฟ้า  จากกการปลูกผักเล็กๆ  น้อยๆ  เพื่อรับประทานเองก็เริ่มปลูกผักหลายชนิด  จึงทำให้การปลูกผักหลายชนิด  จึงทำให้การปลูกผักจนเต็มพื้นที่  440  ตารางเมตร  ลักษณะค่อยเป็นค่อยไป  โดยยึดแนวพระราชดำริตามทฤษฎีพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงตรัสว่า  “พอเพียงคือทำให้เหมาะสมกับฐานะ”

The farm is an example of the application of King Rama X Sufficiency Economic Philosophy (SEP).

Below is one of the photographs of the farm on the rooftop.

Farming up high on the rooftop

ด้วยพื้นที่เพียง  440  ตารางเมตร  แต่สามารถปลูกผัก  ผลไม้  และสมุนไพรได้ถึง  130  ชนิด  แบ่งเป็น  โซนผัก  โซนไม้ยืนต้น  และโซนสมุนไพร  โดยมีทั้งแปลงผัก  ซุ้มผัก  กระถางผัก  และสวนหย่อมเล็กๆ  และปลูกพืชผักแบบหมุนเวียน  เน้นปลูกตามฤดูกาล  เช่น  ช่วงฤดูร้อนหรือฤดูฝนจะปลูกถั่วฝักยาว  ช่วงฤดูหนาวปลูกมะเขือเทศพันธุ์ไข่มุกทอง, จูเลียตเรดสวีท, คื่นฉ่าย, ผักชี, สลัดใบเขียว, สลัดใบแดง, สลัดแก้ว, กะหล่ำดอก, บล็อกโคลี่, แคนตาลูป ฯลฯ  ปลูกตลอดทั้งปี  ผักบุ้ง,  คะน้า,  ผักโขม,  ผักกาดขาวญี่ปุ่น,  ผักกาดฮ่องเต้, บวบ, ฟัก, มะระ,ต้นหอม, ปวยเล้ง, มะเขือ ฯลฯ  ผลไม้มี  ฝรั่ง, ส้ม, เสาวรส, แก้วมังกร, มะละกอ, องุ่น ฯ  เน้นผักที่ปลูกในแปลงจะต้องเป็น  ผักรากตื้น  อายุสั้น  เช่น  ผักใบต่างๆ ส่วนผักรากลึก  จะปลูกในกระสอบ  เช่น  มะเขือเทศ,  มะระ,  แตงโม, บวบ, ฟักทอง ฯลฯ  ต่อมาภายหลังมีหน่วยงานภาครัฐ  ภาคเอกชน  ภาคประชาชน  ทั้งในประเทศประเทศและต่างประเทศมาศึกษาดูงาน  อีกทั้งประชาชนต้องการให้เปิดอบรมการทำเกษตรอินทรีย์  ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

The building where the farm is

หลักสูตรในการอบรม  ได้แก่  เทคนิคการเลือกเมล็ดพันธุ์  การเพาะการปลูก,  การทำหัวเชื้อจุลินทรีย์,  การทำน้ำจุลินทรีย์ตัวขยาย  (ขยะหอม), การทำฮอร์โมน, การทำปุ๋ยใบไม้จากขยะเศษอาหาร,  การเพาะถั่วงอกปลอดสารพิษ  การทำน้ำยาเอนกประสงค์

พืชมีดอกและพืชไร้ดอก

พืชเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความสำคัญต่อคนและสัตว์เป็นอย่างมาก เพราะเป็นแหล่งอาหารและอากาศซึ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของคนและสัตว์และยังช่วยสร้างสมดุลให้แก่ธรรมชาติ ซึ่งพืชในโลกนี้มีอยู่มากมายหลายชนิด นักวิทยาศาสตร์จึงได้ใช้เกณฑ์ต่าง ๆ ในการจัดหมวดหมู่พืช เกณฑ์ที่ใช้ในการจัดหมวดหมู่พืชที่แสดงถึงสายสัมพันธุ์ของพืชที่ใกล้ชิดที่สุดคือ การจำแนกพืชโดยการสืบพันธุ์ ซึ่งทำให้สามารถแบ่งพืชได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ พืชมีดอก และพืชไม่มีดอก

พืชมีดอก (Flowering Plants)

พืชมีดอก หมายถึง พืชที่เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่แล้วจะมีดอกไว้สำหรับสืบพันธุ์ จัดเป็นพืชชั้นสูงได้แก่พืชส่วนมากที่เราพบเห็นอยู่ทั่วไป เช่น มะม่วง ลำไย กุหลาบ มะลิ ถั่ว พริก ข้าว กล้วย อ้อย ข้าวโพด

Flowers are living things. A flower is a life form.

ดอกของพืชจำแนกได้ตามการเกิดได้ 2 ชนิด

1 ) ดอกเดี่ยว   

        คือ   ดอกที่โพล่ขึ้นมาจากก้านชูดอกเพียงก้านเดียว   เช่น กุหลาบ ดอกบัว

2)  ดอกช่อ      

        คือ  ดอกหลายๆดอก  ที่ออกมาจากก้านดอกเดียวกัน  เช่น       ดอกเข็ม   ดอกกล้วยไม้

การสืบพันธุ์ของพืชมีดอก (Reproduction of Flowering Plants)

      พืชมีดอกและพืชไร้ดอก  มีวิธีแพร่พันธุ์แตกต่างกัน  พืชมีดอกจะอาศัยดอกในการสืบพันธุ์  เรียกว่า  การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ  และยังสามารถสืบพันธุ์โดยวิธีอื่นที่ไม่ต้องใช้ดอก  เรียกว่า การ สืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ  ส่วนพืชไร้ดอก  จะสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ    

พืชไร้ดอก (Non-flowering Plants)

 พืชไร้ดอก หมายถึง  พืชที่ตลอดการดำรงชีวิตไม่สามารถออกดอกเพื่อใช้ในการสืบพันธุ์ พืชไร้ดอกคือพืชชนิดหนึ่งที่ไม่มีดอก ไม่สามารถสืบพันธุ์โดยใช้เมล็ด แต่พืชไร้ดอกจะใช้การผสมพันธุ์โดยแบ่งเซลล์ การแตกหน่อ และการใช้ สปอร์ เช่น เฟิร์น มอส ตะไคร่น้ำ  สาหร่าย ปรง  เป็นต้น พืชไร้ดอกจะเป็นพืชชั้นต่ำ เป็นพืชที่มีส่วนประกอบไม่ครบถ้วนเหมือนกับพืชดอก

แบบทดสอบ เรื่อง การจัดจำแนกพืชโดยใช้การมีดอกและไม่มีดอกเป็นเกณฑ์

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

โรงเรียนวัดหลักสี่ (ทองใบทิวารีวิทยา)สำนักงานเขตหลักสี่  กรุงเทพมหานคร

*****************************************************

คำชี้แจง ให้นักเรียนจัดจำแนกพืชโดยใช้เกณฑ์การมีดอกและไม่มีดอกเป็นเกณฑ์

แบบทดสอบ เรื่อง การจัดจำแนกพืชโดยใช้การมีดอกและไม่มีดอกเป็นเกณฑ์

แบบทดสอบ เรื่อง การจัดจำแนกพืชโดยใช้การมีดอกและไม่มีดอกเป็นเกณฑ์
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
โรงเรียนวัดหลักสี่ (ทองใบทิวารีวิทยา)สำนักงานเขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
*****************************************************
คำชี้แจง ให้นักเรียนจัดจำแนกพืชโดยใช้เกณฑ์การมีดอกและไม่มีดอกเป็นเกณฑ์

คณิตศาสตร์ ป.4 – Mathematics for Grade 4

คลองเปรมประชากร ( Khlong Prem Prachakon) หรือชื่อเดิมว่า คลองสวัสดิ์เปรมประชากรเป็นคลองขุดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕โปรดเกล้าฯ ให้ขุดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2413 เนื่องจากทรงเห็นว่าการเดินเรือขึ้นล่องตามแม่น้ำเจ้าพระยานั้นมีเส้นทางอ้อมไปมาทำให้เสียเวลาในการเดินทางมากในยุครัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ดำเนินการ ขุดคลองเปรมประชากร เพื่อเป็นคลองลัดเชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าด้วยกัน ทำให้เชื่อมกับ “คลองผดุงกรุงเกษม” หน้าวัดโสมนัสราชวรวิหาร ที่ได้ขุดขึ้นตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ให้ทะลุแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา
ในการนี้รัชกาลที่ 5 ทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ 2,544 ชั่ง 2 ตำลึง หรือประมาณ 203,520 บาท ในการขุดทั้งหมด

Map of the Canal

คลองเปรมประชากร เป็นคลองที่มีจุดเริ่มต้นเชื่อมต่อกับคลองผดุงกรุงเกษม ในเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร โดยไหลผ่านเขตดุสิต เขตบางซื่อ เขตจตุจักร เขตหลักสี่ เขตดอนเมือง (กรุงเทพมหานคร) อำเภอเมืองปทุมธานี อำเภอสามโคก (จังหวัดปทุมธานี) และไหลสู่แม่น้ำเจ้าพระยาที่อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

จากการสำรวจกรุงเทพมหานคร มีคลองจำนวน 1,161 แห่ง และคู ลำราง ลำกระโดง จำนวน 521 แห่ง ซึ่งมีลักษณะเป็นโครงข่ายเชื่อมต่อกันสำหรับคลองเปรมประชากรเป็นอีกคลองหนึ่งที่ประสบปัญหาด้านคุณภาพของน้ำ หรือเกิดมลพิษทางน้ำ

เริ่มการขุดตั้งแต่จุดเชื่อมคลองผดุงกรุงเกษม ตั้งปักหลักเสาที่หนึ่ง บริเวณทำเนียบรัฐบาล

หลักที่สอง บริเวณสถานีสูบน้ำบางซื่อ เขตบางซื่อ

หลักที่สาม บริเวณชุมชนวัดเสมียนนารี เขตจตุจักร

หลักที่สี่ บริเวณวัดหลักสี่ หรือชุมชนหลักสี่ เขตหลักสี่

หลักที่ห้า ชุมชนดอนเมือง เขตดอนเมือง


ถัดมาหลักที่หก วัดรังสิต ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี

หลักที่เจ็ด วัดเปรมประชากร ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี

หลักที่แปด บริเวณศูนย์พัฒนาเด็ก แยกคลองบางสิงห์ ต.สวนพริกไทย อ.เมือง จ.ปทุมธานี

หลักที่เก้า บริเวณวัดเวฬุวัน ต.บางพูด อ.เมือง จ.ปทุมธานี

หลักที่สิบ บริเวณสถานีรถไฟเชียงรากน้อย (ธรรมศาสตร์ รังสิต) ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี


หลักที่สิบเอ็ด บริเวณวัดโพธิ์นิ่มรัตตาราม (วัดคลองขุด) ต.เชียงรากน้อย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี

หลักที่สิบสอง บริเวณวัดเปรมประชากร ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี

และหลักที่สิบสาม ถูกตั้งอยู่ที่บริเวณสถานีสูบน้ำบางปะอินเหนือ ต.บางกระสั้น อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

คำว่า คลอง ในภาษาอังกฤษคือ Canal


ตั้งแต่หลักเสาที่หนึ่ง…ถึงหลักที่สิบสาม แต่ละหลักห่างกัน 100 เส้น หรือ 4 กม. เป็นระยะทาง 1,271 เส้น หรือ 50,846 เมตร หรือ 50.846 กม. ความกว้าง 5 วา หรือประมาณ 10 เมตรดำเนินการขุดมาตั้งแต่ พ.ศ.2412 แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ.2413 รวมใช้เวลา 18 เดือน ถือเป็นคลองขุดสายแรกของรัชกาลที่ 5 และโปรดฯ ให้จัดพระราชพิธีฉลองคลอง มีมหรสพต่างๆมากมายและพระราชทานชื่อว่า คลองเปรมประชากร จนถึงปัจจุบันนี้
ที่มา : https://www.thairath.co.th/news/local/1607648


แบบทดสอบ เรื่อง การประมาณค่า
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
โรงเรียนวัดหลักสี่ (ทองใบทิวารีวิทยา)สำนักงานเขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร


คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

  1. ในการนี้รัชกาลที่ 5 ทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ 2,544 ชั่ง 2 ตำลึง หรือประมาณ 203,520 บาท ในการขุดทั้งหมด ค่าประมาณของจำนวนที่ขีดเส้นใต้ มีค่าเท่ากับข้อใด
    ก. 2,500 ชั่ง
    ข. 2,400 ชั่ง
    ค. 2,000 ชั่ง
    ง. 2,600 ชั่ง
  2. จากข้อที่ 1 จำนวน 203,520 บาท มีค่าประมาณเท่าไร
    ก. 100,000 บาท
    ข. 150,000 บาท
    ค. 200,000 บาท
    ง. 250,000 บาท
  3. ระยะทางตั้งแต่หลักเสาที่หนึ่งถึงหลักที่สิบสาม เป็นระยะทาง 1,271 เส้น ค่าประมาณใกล้เคียงจำนวนที่ขีดเส้นใต้มีค่าเท่าใด
    ก. 1,270 เส้น
    ข. 1,300 เส้น
    ค. 2,000 เส้น
    ง. 1,000 เส้น
  4. จากการสำรวจกรุงเทพมหานคร มีคลองจำนวน 1,161 แห่ง และคู ลำราง ลำกระโดง จำนวน 521 แห่ง
    รวมมีคลอง และคู ลำราง ลำกระโดง ทั้งหมดกี่แห่ง
    ก. 1,600 แห่ง
    ข. 1,882 แห่ง
    ค. 1,782 แห่ง
    ง. 1,682 แห่ง
  5. จากคำตอบข้อที่ 4 มีค่าประมาณเท่าใด
    ก. 1,600 แห่ง
    ข. 1,700 แห่ง
    ค. 1,500 แห่ง
    ง. 1,400 แห่ง
  6. ระยะทางตั้งแต่หลักเสาที่หนึ่งถึงหลักที่สิบสาม เป็นระยะทาง 50,846 เมตร ค่าประมาณใกล้เคียงจำนวนที่ขีดเส้นใต้มีค่าเท่าใด
    ก. 30,000 เมตร
    ข. 40,000 เมตร
    ค. 50,000 เมตร
    ง. 60,000 เมตร
  7. ยะทางตั้งแต่หลักเสาที่หนึ่งถึงหลักที่สิบสาม เป็นระยะทาง 50,846 เมตร ค่าประมาณใกล้เคียงจำนวนที่ขีดเส้นใต้มีค่าเท่าใด
    ก. 50,000 เมตร
    ข. 50,900 เมตร
    ค. 50,800 เมตร
    ง. 60,000 เมตร
  8. ระยะทางตั้งแต่หลักเสาที่หนึ่งถึงหลักที่สิบสาม เป็นระยะทาง 50,846 เมตร ค่าประมาณใกล้เคียงจำนวนที่ขีดเส้นใต้มีค่าเท่าใด
    ก. 50,840 เมตร
    ข. 50,850 เมตร
    ค. 50,860 เมตร
    ง. 50,870 เมตร
  9. สำนักงานเขตใดไม่เกี่ยวข้องกับคลองเปรมประชากร
    ก. เขตหลักสี่
    ข. เขตดอนเมือง
    ค. เขตลาดพร้าว
    ง. เขตจตุจักร
  10. คลองเปรมประชากร มีจุดเริ่มต้นที่เขตใดและสิ้นสุดที่ใด
    ก. เริ่มต้นที่เขตหลักสี่ สิ้นสุดที่เขตดอนเมือง
    ข. เริ่มต้นที่เขตดุสิต สิ้นสุดที่อำเภอบางปะอิน
    ค. เริ่มต้นที่เขตลาดพร้าว สิ้นสุดที่เขตหลักสี่
    ง. เริ่มต้นที่เขตจตุจักร สิ้นสุดที่เขตหลักสี่

Math Laksi Grade 4 แบบทดสอบ เรื่อง การประมาณค่า

แบบทดสอบ เรื่อง การประมาณค่า
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
โรงเรียนวัดหลักสี่ (ทองใบทิวารีวิทยา)สำนักงานเขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
*****************************************************
คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว


หลักสูตรท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

สืบสาน “ว่าวไทย” ภูมิปัญญาหลักสี่   (การทำว่าวไทย : นายกุน บุญนก)

Local Curriculum: Career Preparation Department: Grade 3

Preserving and Enhancing “Thai Kite” — The Wisdom of Lak Si People
(Thai kite making: Mr. Bun Bunnok)

แหล่งผลิตว่าวไทยของเขตหลักสี่  อยู่ที่ชุมชนทำว่าว  ตั้งอยู่ที่ 304/686 หมู่ 3 การเคหะแห่งชาติบางบัว  เขตหลักสี่  กรุงเทพมหานคร  ชุมชนทำว่าว  เป็นชื่อเรียกชุมชนแห่งหนึ่งที่เกิดขึ้น  จากการที่ได้มีผู้อยู่อาศัยในชุมชนประกอบอาชีพในการประดิษฐ์ว่าว  ซึ่งเป็นภูมิปัญหาของคนไทยและเป็นหัตถกรรมพื้นบ้านออกจำหน่ายเผยแพร่ในชุมชน  ชุมชนนี้มี  ลุงกุน  บุญนก  เป็นผู้นำชุมชนในการประดิษฐ์ว่าว

   การสืบสารและสร้างสรรค์คุณค่าทางด้านศิลปะการสืบสานภูมิปัญญาที่เป็นเอกลักษณ์  ทำให้ได้รับการยอมรับของชุมชนสังคมทั้งในประเทศและต่างประเทศ  การที่ลุงกุน บุญนก นำความรู้ด้านศิลปะการทำว่าวที่ตนเองได้ศึกษาค้นคว้า ค้นพบ ทดลองจนประสบความสำเร็จและไปเผยแพร่  ถ่ายทอดให้ผู้อื่นเรียนรู้  นำไปปฏิบัติจนประสบผลสำเร็จ  เป็นประโยชน์โดยรวมแก่สังคม  จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ ให้เป็นครูภูมิปัญญาไทยรุ่นที่ 4  ด้านศิลปกรรม  ประจำพุทธศักราช 2548  จากสำนักเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

ลุงกุน บุญนก  ซึ่งอยู่บ้านเลขที่ 304/686 หมู่ 3 การเคหะแห่งชาติบางบัว ซอยพหลโยธิน 49/1  ถนนพหลโยธิน แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่  พื้นเพเดิมเป็นคนจังหวัดนครสวรรค์ เคยรับราชการเป็นครูสอน  งานช่างประดิษฐ์  แต่ด้วยความที่มีใจรักเรื่องเกี่ยวกับว่าวมาโดยตลอด  ดังนั้นหลังจากเกษียณราชการแล้ว  ได้ประกอบอาชีพโดยการประดิษฐ์ว่าวออกจำหน่าย  โดยออกแบบว่าวให้มีลวดลายแปลกใหม่ด้วยความคิดของตัวเอง ว่าวที่ประดิษฐ์ออกจำหน่ายมีหลายแบบ หลายชนิด เช่น  ว่าวนกฮูก ว่าวปลาเงินปลาทอง ว่าวผีเสื้อ ว่าวมังกร ว่าวหกเหลี่ยม ว่าวพญาครุฑ ฯลฯ

ขั้นตอนการทำว่าวขอ คุณกุน บุญนก เริ่มจากการไปหาซื้อไม้ไผ่สีสุกที่จังหวัดนครสวรรค์  ลพบุรี  และ  นครศรีอยุธยา  โดยจะตัดไม้ไผ่ด้วยตนเอง และเลือกตัดเฉพาะไผ่สดที่มีอายุตั้งแต่  3  ปีขึ้นไป  ซึ่งสีของไม้ไผ่จะมีสีน้ำตาลหรือเขียวแก่  แล้วนำไม้ไผ่ที่ได้มาผ่า  นำไปแช่น้ำไว้ประมาณ  1  เดือน  ทั้งนี้เพื่อให้ไม้ไผ่มีความเหนียวและป้องกันไม่ให้มอดกินเนื้อไม้ จากนั้นนำมาตากให้แห้งแล้วจึงนำมาประกอบเป็นโครงว่าว  นอกจากจะทำว่าวออกจำหน่ายแล้ว  ยังได้เปิดสอนการทำว่าวแก่ผู้ที่สนใจและต้องการนำไปประกอบอาชีพต่อไปอีกด้วย

ปัจจุบันผู้สืบทอดกลวิธีการทำว่าวไทยหลักสี่  รุ่นที่ 2  คือ  นายสาโรจน์  บุญนก  ซึ่งรับสอนการทำว่าว แก่ผู้ที่สนใจและต้องการนำไปประกอบอาชีพต่อไปอีกด้วย

ตัวอย่าง     สมมุติราคาของว่าว  ในชุมชนว่าวไทย  เขตหลักสี่

ว่าวปักเป้า  ราคา   239  บาท

เรื่อง  โจทย์ปัญหาการบวก  การลบ เกี่ยวกับเงิน

แบบทดสอบหลักสูตรท้องถิ่น  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

เรื่อง  สืบสาน“ว่าวไทย”ภูมิปัญญาหลักสี่  บูรณาการกับเรื่องโจทย์ปัญหาการบวก  การลบ เกี่ยวกับเงิน

*******************************************************************************

คำชี้แจง   แบบทดสอบมีทั้งหมด 10  ข้อ  10  คะแนน  ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกเพียงคำตอบเดียว  ให้ตรงกับตัวเลือกในข้อ  ก ข ค หรือ ง

1. ชุมชนทำว่าวของเขตหลักสี่  ตั้งอยู่ที่ชุมชนใด

ก.  ชุมชนตลาดบางเขน

ข.  ชุมชนเคหะบางบัว

ค.  ชุมชนตลาดหลักสี่

ง.  ชุมชนหลักสี่พัฒนา 99

2. บุคคลใดเป็นผู้นำชุมชนในการประดิษฐ์ว่าว ของเขตหลักสี่

ก.  นายนิเวศ  แววสมณะ

ข.  นายสาโรจน์ บุญนก

ค.  นายเสน่ห์ มากโฉม

ง.  นายกุน  บุญนก

3. จากรูปภาพเป็นว่าวชนิดใด

ก.  ว่าวควาย

ข.  ว่าวจุฬา

ค.  ว่าววงเดือน

ง.  ว่าวหกเหลี่ยม

4. จากรูปภาพเป็นว่าวชนิดใด

ก.  ว่าวควาย

ข.  ว่าวจุฬา

ค.  ว่าววงเดือน

ง.  ว่าวหกเหลี่ยม

5. ว่าวปลาราคาตัวละ  150  บาท ว่าวปักเป้าราคาตัวละ  239  บาท ซื้ออย่างละ 1ว ต รวมเป็นเงินเท่าไร

ก.  389  บาท

ข.  398  บาท

ค.  378  บาท

ง.   387  บาท

6.  ซื้อว่าวควายราคา  1,200 บาท และซื้อว่าววงเดือนราคา 1,550 บาท ต้องจ่ายเงินทั้งหมดเท่าไร

ก.  2,700  บาท

ข.  2750  บาท

ค.  2,650  บาท

ง.  2,600  บาท

7. ซื้อว่าวงูกระดาษสาราคา 900 บาท และซื้อว่าวงูราคา 1,750 บาท ต้องจ่ายเงินทั้งหมดเท่าไร

ก.  2,600  บาท

ข.  2,700  บาท

ค.  2,650  บาท

ง.  2,750  บาท

8. วิชามีเงิน  2,450  บาท ซื้อว่าวปักเป้าแบบไป  590  บาท วิชาเหลือเงินทั้งหมดเท่าไร

ก.  1,960  บาท

ข.  1,860  บาท

ค.  1,760  บาท

ง.  1,660  บาท

9. ดวงตามีว่าวควาย ราคา  1,200  บาท ดำมีว่าวภาพการ์ตูน ราคา  750   บาท ว่าวภาพการ์ตูน ของดำราคาน้อยกว่าดวงตาเท่าไร

ก.  650  บาท

ข.  550  บาท

ค.  450  บาท

ง.  350  บาท

10. ซื้อว่าวปักเป้าราคา  239  บาท ให้เงินธนบัตร  500 บาท  1  ใบ  ต้องได้รับเงินทอนเท่าไร

ก.  264  บาท

ข.  263  บาท

ค.  262  บาท

ง.  261  บาท

โจทย์ปัญหาการบวก การลบ เกี่ยวกับเงิน

คำชี้แจง แบบทดสอบมีทั้งหมด 10 ข้อ 10 คะแนน ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกเพียงคำตอบเดียว ให้ตรงกับตัวเลือกในข้อ ก ข ค หรือ ง

หลักสูตรท้องถิ่น การงานอาชีพ (กอท.) ชั้น ป.4

โรงเรียนวัดหลักสี่ (ทองใบทิวารีวิทยา)  เขตหลักสี่  กรุงเทพมหานครโดยมีเรื่องย่อยดังนี้ 

1. ที่มาของสวนเกษตรดาดฟ้า  สำนักเขตหลักสี่ (Rooftop Farming at the District Office Building)

2. จากสวนเกษตรดาดฟ้า  กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ห้องเรียนธรรมชาติ 
เกษตรอินทรีย์สวนเกษตรดาดฟ้า   สำนักงานเขตหลักสี่

3. มาทำหลังคาให้เป็นสีเขียว  กินได้  พื้นที่น้อยสามารถปลูกพืชผักได้


4. การทำแปลงปลูกผัก
        4.1  การทำแปลงปลูก        4.2  การผสมดินปลูก

5. ไม้ดอกไม้ประดับ
6.  การปักชำคุณนายตื่นสาย/สาวน้อยตื่นสาย

7. แบบทดสอบหลักสูตรท้องถิ่น  กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

แบบทดสอบหลักสูตรท้องถิ่น

แบบทดสอบหลักสูตรท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
ศูนย์การเรียนรู้ห้องเรียนธรรมชาติ เกษตรอินทรีย์ สวนเกษตรดาดฟ้า สำนักงานเขตหลักสี่


แบบทดสอบหลักสูตรท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ป.4

แบบทดสอบมีทั้งหมด 10 ข้อ 10 คะแนน ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกเพียงคำตอบเดียว ให้ตรงกับตัวเลือกในข้อ ก ข ค หรือ ง

หลักสูตรท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

หลักสูตรท้องถิ่น  กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ศูนย์การเรียนรู้ห้องเรียนธรรมชาติ  เกษตรอินทรีย์

สวนเกษตรดาดฟ้า สำนักงานเขตหลักสี่

สำนักงานเขตหลักสี่ ชั้น 8 เลขที่ 999 ซ.แจ้งวัฒนะ 10 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง
เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 

1. ที่มาของสวนเกษตรดาดฟ้า  สำนักเขตหลักสี่

สวนเกษตรดาดฟ้า  ได้ริเริ่มก่อตั้ง  พ.ศ. 2545  เริ่มจากเจ้าหน้าที่กลุ่มงานปลูกฯ  ฝ่ายรักษาความสะอาดสวนสาธารณะได้ปลูกผักปลอดสารพิษเพื่อรับประทานกินเองในบริเวณที่ว่างด้านหลังเขตและเจ้าของที่ดินได้มาขอที่ดินคืน  จึงเกิดความเสียหายหากยกเลิกกลางคันเพราะผักกำลังงอกงาม  จึงได้สำรวจพื้นที่ปลูกผัก ซึ่งในช่วงนั้นดาดฟ้าของอาคารสำนักงานเขต  เป็นที่เก็บของชำรุด  ไม่ได้ใช้ประโยชน์  จึงเห็นว่าน่าจะทำประโยชน์ได้จึงนำผักที่ปลูกใส่กระถางนำไปวางไว้บนดาดฟ้า  จากกการปลูกผักเล็กๆ  น้อยๆ  เพื่อรับประทานเองก็เริ่มปลูกผักหลายชนิด  จึงทำให้การปลูกผักหลายชนิด  จึงทำให้การปลูกผักจนเต็มพื้นที่  440  ตารางเมตร  ลักษณะค่อยเป็นค่อยไป  โดยยึดแนวพระราชดำริตามทฤษฎีพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงตรัสว่า  “พอเพียงคือทำให้เหมาะสมกับฐานะ”

ด้วยพื้นที่เพียง 440 ตารางเมตร แต่สามารถปลูกผัก ผลไม้ และสมุนไพรได้ถึง 130 ชนิด แบ่งเป็น โซนผัก โซนไม้ยืนต้น และโซนสมุนไพร โดยมีทั้งแปลงผัก ซุ้มผัก กระถางผัก และสวนหย่อมเล็กๆ และปลูกพืชผักแบบหมุนเวียน เน้นปลูกตามฤดูกาล เช่น ช่วงฤดูร้อนหรือฤดูฝนจะปลูกถั่วฝักยาว ช่วงฤดูหนาวปลูกมะเขือเทศพันธุ์ไข่มุกทอง, จูเลียตเรดสวีท, คื่นฉ่าย, ผักชี, สลัดใบเขียว, สลัดใบแดง, สลัดแก้ว, กะหล่ำดอก, บล็อกโคลี่, แคนตาลูป ฯลฯ ปลูกตลอดทั้งปี ผักบุ้ง, คะน้า, ผักโขม, ผักกาดขาวญี่ปุ่น, ผักกาดฮ่องเต้, บวบ, ฟัก, มะระ,ต้นหอม, ปวยเล้ง, มะเขือ ฯลฯ ผลไม้มี ฝรั่ง, ส้ม, เสาวรส, แก้วมังกร, มะละกอ, องุ่น ฯ เน้นผักที่ปลูกในแปลงจะต้องเป็น ผักรากตื้น อายุสั้น เช่น ผักใบต่างๆ ส่วนผักรากลึก จะปลูกในกระสอบ เช่น มะเขือเทศ, มะระ, แตงโม, บวบ, ฟักทอง ฯลฯ ต่อมาภายหลังมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ทั้งในประเทศประเทศและต่างประเทศมาศึกษาดูงาน อีกทั้งประชาชนต้องการให้เปิดอบรมการทำเกษตรอินทรีย์ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

From a rooftop farm to a learning center

จากสวนเกษตรดาดฟ้า กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ห้องเรียนธรรมชาติ
เกษตรอินทรีย์สวนเกษตรดาดฟ้า สำนักงานเขตหลักสี่

สวนเกษตรดาดฟ้า  เขตหลักสี่  กลายเป็นอีกแหล่งเป็นศูนย์การเรียนรู้  ให้กับหน่วยงานต่างๆ  นักเรียน  นักศึกษา  ประชาชนทั่วไปทั้งในประเทศและต่างประเทศ  โดยเฉพาะชุมชนเมือง  จากจุดเริ่มต้นที่มีผู้มาศึกษาดูงานจำนวนมาก  และประชาชนได้ขอให้เปิดอบรมการทำเกษตรอินทรีย์  สำนักงานเขตหลักสี่  จึงได้จัดทำ  โครงการส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์แบบเศรษฐกิจพอเพียง  ให้กับประชาชนทั่วไปโดยเปิดอบรมในวันเสาร์เว้นเสาร์ของทุกเดือน  โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย  เริ่มเปิดอบรมในปี  พ.ศ.  2552  ถึงปัจจุบัน  มีผู้มาอบรมจำนวน  4,105  คน  (ข้อมูล ณ กรกฎาคม  2558)

หลักสูตรในการอบรม  ได้แก่  เทคนิคการเลือกเมล็ดพันธุ์  การเพาะการปลูก,  การทำหัวเชื้อจุลินทรีย์,  การทำน้ำจุลินทรีย์ตัวขยาย  (ขยะหอม), การทำฮอร์โมน, การทำปุ๋ยใบไม้จากขยะเศษอาหาร,  การเพาะถั่วงอกปลอดสารพิษ  การทำน้ำยาเอนกประสงค์

นายจุมพล สำเภาพล
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
เปิดศูนย์การเรียนรู้ฯ อย่างเป็นทางการ
เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558

ผู้มาเยี่ยมชมในปี  2551  ถึงปัจจุบัน  7,863  คน  หน่วยงานและสื่อมวลชน  จำนวน  320  ราย  (ข้อมูล  ณ 31 ก.ค. 58)  จากการที่มีผู้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก  และประกอบกับมีการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ  และมีการพัฒนาอย่างโดดเด่น  สามารถเป็นต้นแบบให้กับหน่วยงานราชการ  เอกชน  และประชาชน  สำนักงานเขตหลักสี่  จึงได้จัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้ห้องเรียนธรรมชาติแกษตรอินทรีย์  สวนเกษตรดาดฟ้า  สำนักงานเขตหลักสี่  และได้ต่อยอดลงสู่ลานดิน  ซึ่งเป็นพื้นที่ว่างรกร้างนำมาทำประโยชน์  โดยขอใช้พื้นที่จากเจ้าของดินที่เป็นหน่วยงานราชการและเอกชน  จำนวน  9  แห่ง  ต่อมาในช่วงพฤศจิกายน  2557  ได้ขยายผลลงสู่ลานปูน  ซึ่งใช้พื้นที่บริเวณลานจอดรถสำนักงานเขตหลักสี่  เพียง  336  ตร.ม.  ทำไร่นาสวนผสมแบบพอเพียง  โดยปลูกข้าว  เลี่ยงไก่   เลี้ยงกบ  เลี้ยงปลาดุก  และทำแปลงปลูกผักปลอดสารพิษ  ศูนย์การเรียนรู้ห้องเรียนธรรมชาติเกษตรอินทรีย์ สวนเกษตรดาดฟ้า  สำนกงานเขตหลักสี่  ได้เปิดศูนย์การเรียนรู้ฯ อย่างเป็นทางการ  เมื่อวันที่  8  กุมภาพันธ์  2558 โดยมีรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  (นายจุมพล  สำเภาพล) เป็นประธานในพิธีเปิด        ศูนย์การเรียนรู้ฯ 

มาทำหลังคาให้เป็นสีเขียว กินได้ พื้นที่น้อยสามารถปลูกพืชผักได้

ถ้าพูดถึงสภาพในชุมชนเมือง  ทุกคนจะนึกถึงตึกอาคารสูงๆ  บ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยน้อยพื้นที่จำกัด  จะปลูกผัก  ทำสวน  มีดาดฟ้า เอาต้นไม้ขึ้นไปปลูก  กลัวตึกพัง  ไม่มีพื้นที่  ปลูกพื้นผักบนพื้นปูน  ต้นไม้ไม่ตายหรือ  มีมากมายหลายคำถาม  ปัญหาสำหรับคนเมืองที่อยากปลูกต้นไม้เพื่อความสวยงาม  และพืชผักไว้รับประทานเอง  ศูนย์การเรียนรู้ห้องเรียนธรรมชาติเกษตรอินทรีย์ สวนเกษตรดาดฟ้า  สำนกงานเขตหลักสี่  มีเทคนิคและวิธีการทำเกษตรอินทรีย์  แบบพอเพียงบนพื้นที่จำกัด

ถ้าพูดถึงสภาพในชุมชนเมือง ทุกคนจะนึกถึงตึกอาคารสูงๆ บ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยน้อยพื้นที่จำกัด จะปลูกผัก ทำสวน มีดาดฟ้า เอาต้นไม้ขึ้นไปปลูก กลัวตึกพัง ไม่มีพื้นที่ ปลูกพื้นผักบนพื้นปูน ต้นไม้ไม่ตายหรือ มีมากมายหลายคำถาม ปัญหาสำหรับคนเมืองที่อยากปลูกต้นไม้เพื่อความสวยงาม และพืชผักไว้รับประทานเอง ศูนย์การเรียนรู้ห้องเรียนธรรมชาติเกษตรอินทรีย์ สวนเกษตรดาดฟ้า สำนกงานเขตหลักสี่ มีเทคนิคและวิธีการทำเกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียงบนพื้นที่จำกัด
สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการปลูกผักบนดาดฟ้า ดังนี้

1) น้ำหนัก ควรคำนึงถึงเรื่องการรับน้ำหนักเป็นอันดับแรก เพราะจะมีผลกับการออกรูปแบบการปลูกผัก โดยปกติพื้นที่ 1 ตารางเมตร สามารถรับน้ำหนักได้ 200 กิโลกรัม จึงใช้วางแปลงปลูกผักหรือซุ้มผักที่มี น้ำหนักไม่มาก และวางแบบกระจาย ส่วนพื้นที่บริเวณคานสามารถรับน้ำหนักได้ถึง 400 – 600 กิโลกรัม จึงใช้วางไม้กระถางใหญ่ ๆ ที่มีน้ำหนักมากได้

2) ความชื้น ถ้ามีน้ำท่วมขัง จะทำให้มีปัญหา โครงสร้างของตึก ควรลงน้ำยากันซึม ป้องกันการรั่วซึมของน้ำ และควรมีท่อระบายน้ำด้านข้างอย่างน้อยข้างละ 4 จุด เพื่อให้น้ำระบายออกได้

3) ความร้อนและแรงลมบนดาดฟ้า มักประสบปัญหาความร้อนจากแสงแดดและความแรงลมต้องปลูกไม้เถาที่ความเหนียวไว้บังแดด และแสงแดด ลมมาทางไหนก็จะปลูกเป็นกำแพง ซึ่งจะช่วยลดระดับความแรงลมได้และให้ร่มเงากับแปลงผักช่วงล่าง หรืออาจเลือกปลูกเสาวรส องุ่น สับปะรด หรือต้นกล้วยพันธุ์เตี้ยก็ได้

4) ความสะอาดและการดูแลความเรียบร้อย ความสะอาดของพื้นที่บนดาดฟ้าเป็นสิ่งจำเป็นมากเพราะใบไม้มาก ถ้าใบไม้ เศษดินที่ร่วงหล่นไปในท่อระบายน้ำ อาจทำให้ท่อระบายน้ำอุดตัน จึงต้องกวาดทำความสะอาดพื้นที่รอบๆ แปลงทุกวัน เศษดินเล็กๆ น้อยๆ กวาดลงในแปลงเศษผักใบไม้จะถูกนำมาหมักเป็นปุ๋ย

การทำแปลงปลูกผัก (Preparing Veggie Patches)

4.1  การทำแปลงปลูก

          การทำการเกษตรบนพื้นปูนจะมีปัญหาในเรื่องของความร้อน เคล็ดลับการเตรียมแปลงปลูกบนดาดฟ้า  จึงใช้กาบมะพร้าวเป็นส่วนประกอบหลัก  บรรจุในกระบะไม้ที่ทำขึ้นจากเศษไม้ แปลงปลูกผัก ขนาดมาตรฐานของศูนย์การเรียนรู้ฯ คือ  ขนาดประมาณ กว้าง  1.20  เมตร  ยาว  4  เมตร และสูง 20 – 30 เซนติเมตร  สามารถออกแบบขนาดของแปลงได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่  โดยให้มีช่องทางเดินระหว่างแปลง ประมาณ 50 เซนติเมตร  เพื่อสะดวกในการทำงาน  

ขั้นตอนในการทำแปลงปลูก มีดังนี้

1) นำกิ่งไม้หรือไม้รวกมาก่อเป็นแบบแปลงสิ่งเหลี่ยมในขนาดที่ต้องการ มัดติดด้วยลวด

2) นำกระสอบปุ๋ยมาเย็บติดกันขนาดเท่าแปลงและตีติดกับแปลง

3) นำแผ่นฟิวเจอร์เบอร์ตัดตามขนาดที่ต้องการตีติดกับแปลง จะช่วยป้องกันและลดระยะเวลาการผุผังของไม้แบบแปลง แปลงปลูกผักของศูนย์การเรียนรู้ฯ ขนาดประมาณ กว้าง 1.20 เมตร ยาว 4 เมตร และสูง 20 – 30 เซนติเมตร หรือสามารถออกแบบขนาดของแปลงได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่ โดยให้มีช่องทางเดินระหว่างแปลง ประมาณ 50 เซนติเมตร เพื่อสะดวกในการทำงาน

4.2 การผสมดินปลูก

การปลูกผักดาดฟ้า ถ้าใช้ดินอย่างเดียวนอกจากจะมีน้ำหนักมาก ยังทำให้ผักเหี่ยวเฉา เนื่องจากดินจะดูดความร้อนจากพื้นปูนไปสู่ต้นไม้ ดังนั้นจึงควรใช้กาบมะพร้าวใส่ลงไปร่วมกับดิน ซึ่งกาบมะพร้าวจะเป็นตัวดูดซับความชื้นและช่วยกรองความร้อนจากพื้นปูนได้ดี
ขั้นตอนการเตรียมดินในแปลงปลูก
1) นำกาบมะพร้าวมาวางให้ทั่วทั่วแปลง โรยดินไว้ด้านบน อัตราส่วนกาบมะพร้าว 2 ส่วน (ครึ่งหนึ่งของแปลงปลูก) ดิน 1 ส่วน (กาบมะพร้าวสามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาด) ส่วนดินที่ใช้ปลูกผักก็คือดินทั่วไป หรือดินบรรจุถุงที่มีจำหน่ายตามร้านขายต้นไม้

2) โรยจุลินทรีย์แห้งหรือปุ๋ยแห้งลงไปในดินเพื่อเพิ่มธาตุอาหาร อัตราส่วนที่ใช้ ปุ๋ยแห้ง 1 กำมือต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร โรยบางๆ ที่หน้าดินให้ทั่วแปลง ใช้จอบสับเพื่อคลุกเคล้าให้เข้ากัน และรดน้ำให้ชุ่ม กรณีกาบมะพร้าวและดินในแปลงยุบตัว เนื่องจากจุลินทรีย์ย่อยสลาย ให้เติมกาบมะพร้าวสับตากแห้ง เศษใบไม้ใบพืชสับตากแห้งและดินลงไปอีกเล็กน้อย โดยปกติจะมีการเปลี่ยนกาบมะพร้าวและดินในแปลงปลูกทุก 6 เดือน โดยตักดินและกาบมะพร้าวที่ถูกจุลินทรีย์ย่อยสลายจนนิ่มเอาออกจากแปลงเดิม ใส่กาบมะพร้าวใหม่ลงไปและนำดินที่ตักออกใส่กลับไปบนกาบมะพร้าว ทำเหมือนขั้นตอนแรก

  1. การทำฮอร์โมนถั่วเหลือง

ฮอร์โมนถั่วเหลือง มีประโยชน์ในการใช้รดพืชผัก เร่งต้น เร่งใบ ทำให้ใบกรอบ รสชาติอร่อย ลำต้นไม่แคระแกรน และยังช่วยส่งเสริมทางกายภาพทำให้สารต่างๆ เคลื่อนที่ผ่านผนังเซลล์ได้ง่ายขึ้น
ส่วนผสม
1) ถั่วเหลืองผ่าซีก 1 กิโลกรัม แช่น้ำไว้ 1 คืน นำมาปั่นให้ละเอียด โดยผสมกับน้ำ 8 ลิตร (กรองเอาเฉพาะน้ำแยกกากออก)
2) กลูโคลินผล 4 ขีด
3) น้ำตาลทรายขาว 1 กิโลกรัม
4) น้ำมะพร้าวอ่อน 4 ลูก
5) โยเกิร์ต (รสธรรมชาติ) 1 ถ้วย (บรรจุ 140 ถ้วย)
6) น้ำส้มสายชู (เทียม) ½ ขวด

วิธีทำ

1) นำน้ำถั่วเหลืองและส่วนผสมทั้งหมดผสมให้เข้ากัน
2) ใส่ถังปิดฝาซีลให้แน่นหมักไว้ 1 เดือน
3) นำไปปั่นอีก 1 ครั้ง บรรจุใส่ขวดนำไปใช้งาน

วิธีใช้
ฮอร์โมนถั่วเหลือง 2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 5 ลิตร ฉีด พ่น ราด รดวันเว้นวัน 

  1. พืชผักสวนครัว
    พืชผักสวนครัว หมายถึง พืชที่ใช้ส่วนต่างๆ เป็นอาหาร เช่น ลำต้น ใบ ดอก ผล และหัว พืชผักสวนครัวสามารถปลูกไว้ในบริเวณบ้านหรือหน่วยงาน อาจปลูกลงแปลงหรือในภาชนะต่าง ๆ เพื่อใช้บริโภคในครอบครัวและลดรายจ่ายรวมทั้งเกิดความปลอดภัยในการบริโภค ถ้าหากมีจำนวนมากเหลือจากการบริโภคก็สามารถนำไปจำหน่ายเพื่อเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัว ซึ่งสามารถแบ่งพืชผักสวนครัวตามลักษณะการนำมาประกอบอาหารได้ 4 ประเภท ดังนี้
    1) ใช้ผลหรือฝักเป็นอาหาร เช่น แตงกวา มะเขือเปราะ มะเขือเทศ พริก ถั่วฝักยาว ถั่วพู

2) ใช้ใบหรือลำต้นเป็นอาหาร เช่น ชะอม ต้นหอม ผักชี โหระพา ตำลึง คะน้า ผักบุ้ง กะเพรา ตะไคร้ สะระแหน่

   3. ใช้ดอกเป็นอาหาร เช่น ดอกแค  ดอกขจร  ดอกโสน  กะหล่ำดอก บร็อคโคลี่  

4) ใช้หัวหรือรากที่อยู่ใต้ดินเป็นอาหาร เช่น ขิง ข่า กระชาย ผักกาดหัว หอมหัวใหญ่ แครอท กระเทียม

พืชผักสวนครัวเป็นแหล่งรวมสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกลือแร่ และวิตามิน การบริโภค

การปลูกพืชผักสวนครัวในภาชนะต่างๆ

1) การปลูกผักชีในกระถางตั้งพื้น

2) การปลูกสะระแหน่ในกระถางแขวน

3) การปลูกต้นหอมในยางของรถยนต์

4) การปลูกพริกในถังพลาสติก

การปลูกพืชผักสวนครัว (กะเพรา) (Basil)

วัสดุอุปกรณ์

  1. ต้นกล้า
  2. กระถางปลูกต้นไม้
  3. กาบมะพร้าวสับ
  4. ดินผสมปุ๋ย
  5. ไม้ปลายแหลมเหมือนแท่งดินสอ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 นิ้ว สำหรับเจาะหลุม
  6. อาหารของพืช (ปุ๋ยน้ำชีวภาพ ฮอร์โมนถั่วเหลือง)
  7. บัวรดน้ำ

ขั้นตอนการปลูก

1) ตัดถุงพลาสติกเป็นวงกลมเท่ากับก้นของกระถางปลูกต้นไม้

2) ใส่แผ่นวงกลมของถุงพลาสติกลงใต้ก้นของกระถางปลูกต้นไม้ เพื่อป้องกันไม่ให้ดินไหลเมื่อรดน้ำ
3) ใส่กากมะพร้าวสับ ½ ของกระถาง เพื่อเก็บความชื้น

4) ใส่ดินให้เกือบเต็มกระถางและใส่ปุ๋ยหมักให้เต็มกระถาง

5) รดน้ำลงในกระถางเพื่อให้ดินเกิดความชุ่มชื้น

  1. นำไม้ปลายแหลมปลักลงไปตรงกลางกระถาง เพื่อทำเป็นหลุมในการปลูกต้นพืช
  2. นำต้นกล้ากะเพราที่เตรียมไว้ใส่ลงไปในหลุมปลูกในกระถางแล้วกดดินรอบบริเวณของต้นกล้าให้แน่น
  3. เด็ดยอดของต้นกล้ากะเพราะออกเล็กน้อย เพื่อให้ต้นกะเพราโตมาแตกเป็นพุ่มและไม่สูง
  4. ผสมอาหารของพืช 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 5 ลิตร ลงในบัวรดน้ำ แล้วนำไปรดต้นพืชในกระถาง วันเว้นวันให้ชุ่ม เพื่อเร่งต้นและใบของต้นพืช
  5. พอต้นกล้าตั้งตัวได้ 3 วัน ให้เริ่มใช้ปุ๋ยน้ำชีวภาพ อัตราส่วน 2 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 5 ลิตร สลับกับฮอร์โมนถั่วเหลืองอัตราส่วน 2 ช้อนโต๊ะ ในการรดน้ำต้นพืชเช้าเย็น ประมาณ 20 วัน สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ (ขึ้นอยู่กับชนิดของพืช)

บรรณานุกรม

ฝ่ายรักษาความสะอาด สำนักงานเขตหลักสี่. (2558). คู่มือการทำเกษตรอินทรีย์แบบพอเพียง บนพื้นที่จำกัด. กรุงเทพฯ: ศูนย์สื่อและสิ่งพิมพ์แก้วเจ้าจอม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.

http://www.bangkok.go.th/laksi/page/sub/6548/สวนเกษตรดาดฟ้าhttp://www.iadth.com/https://guru.sanook.com/21594/https://www.allkaset.com/contents/ประเภทของผักสวนครัว-42.phphttps://www.baanlaesuan.com/60911/plant-scoop/tum_leunghttps://www.lazada.co.th/products/200-300-i651416682.htmlhttps://www.palangkaset.com/ปลูกถั่วพู-1http://zoo-za.com/https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=1632&code_db=610010&code_type=01https://www.baannode.com/product/18703/chinese-kale-คะน้ายอดhttps://www.kasetsomboon.com/producthttps://www.blockdit.com/posts/5dce1322e94a9d7676a9297fhttps://medthai.com/กะหล่ำดอกhttps://puechkaset.com/บร็อคโคลี่http://www.monmai.com/แค/https://puechkaset.com/ผักขจรhttp://thaiherbonly.blogspot.com/2012/01/zingiber-officinale-roscoe.htmlhttp://www.the-than.com/samonpai/P/9.htmlhttps://thailandjuicer.com/กระชาย/https://www.sanook.com/health/7213/https://attaponsamruamjit.wordpress.com/หัวผักกาด/https://www.youtube.com/watch?v=IcB-t4xtj24

Words You Should Know

Vocabulary : สวนเกษตรดาดฟ้า

  1. Vegetable (เวจ-จิ-ทะ-เบิล) แปลว่า ผัก
  2. Herb (เฮิบ) แปลว่า สมุนไพร
  3. Summer (ซัม-เมอร์) แปลว่า ฤดูร้อน
  4. Winter (วิน-เทอะ) แปลว่า ฤดูหนาว
  5. Papaya (พะ-พา-ยา) แปลว่า มะละกอ
  6. Orange (ออ-เร้นจ) แปลว่าส้ม
  7. Learning (เลิน-นิ่ง) แปลว่า การเรียนรู้
  8. Backyard garden (แบค-เยิร์ด-การ์-เดิน) แปลว่า ผักสวนครัว
  9. Plant (แพลนท) แปลว่า เพาะปลูก
  10. Organic Farming (ออร์-แกน-นิค-ฟาร์ม-มิ่ง) แปลว่า การทำเกษตรอินทรีย์


แบบทดสอบหลักสูตรท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
ศูนย์การเรียนรู้ห้องเรียนธรรมชาติ เกษตรอินทรีย์
สวนเกษตรดาดฟ้า สำนักงานเขตหลักสี่


คำชี้แจง แบบทดสอบมีทั้งหมด 10 ข้อ 10 คะแนน ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกเพียงคำตอบเดียว ให้ตรงกับตัวเลือกในข้อ ก ข ค หรือ ง

  1. สวนเกษตรดาดฟ้า ของสำนักเขตหลักสี่ อยู่ในความดูแลและรับผิดชอบของหน่วยงานใด
    ก. ฝ่ายโยธา
    ข. ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล
    ค. ฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม
    ง. ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณ
  2. พื้นที่สวนเกษตรดาดฟ้า เขตหลักสี่ ได้แบ่งการปลูกพืชออกเป็นกี่โซน อะไรบ้าง
    ก. 5 โซน แบ่งเป็น โซนผัก โซนผลไม้ โซนสมุนไพร โซนไม้ยืนต้น โซนไม้ดอกไม้ประดับ
    ข. 4 โซน แบ่งเป็น โซนผัก โซนผลไม้ โซนสมุนไพร โซนไม้ยืนต้น
    ค. 3 โซน แบ่งเป็น โซนผัก โซนสมุนไพร โซนไม้ยืนต้น
    ง. 2 โซน แบ่งเป็น โซนผัก โซนสมุนไพร
  3. ข้อใดไม่ใช่สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการปลูกผักบนดาดฟ้า
    ก. น้ำหนัก, ความชื้น ถ้ามีน้ำท่วมขัง
    ข. การวางแผนการจัดสวนให้เป็นระเบียบ
    ค. ความร้อนและแรงลมบนดาดฟ้า
    ง. ความสะอาดและการดูแลความเรียบร้อย
  4. ข้อใดกล่าวถึงผักสวนครัวได้ถูกต้อง
    ก. ต้นไม้ที่ปลูกในบ้าน ใช้พืชที่น้อย
    ข. ดอกไม้ที่ปลูกหลังบ้าน ใช้พื้นที่มาก
    ค. ผักที่ปลูกไว้บริโภคในครัวเรือนใช้พื้นที่มาก
    ง. ผักที่ปลูกไว้บริโภคในครัวเรือนใช้พื้นที่ปลูกน้อย
  5. ภาชนะข้อใดเหมาะสำหรับปลูกผักสวนครัวมากที่สุด
    ก. โอ่งใบใหม่
    ข. อ่างแก้วราคาแพง
    ค. กระถางดินเผาใบใหม่
    ง. กะละมังที่มีรอยแตกเล็กน้อย
  6. เพราะเหตุใดการปลูกพืชผักสวนครัวในภาชนะ จึงต้องมีการพรวนดิน
    ก. ทำให้ดินมีแร่ธาตุสำหรับผักมากขึ้น
    ข. ทำให้ดินมีความละเอียด เนื้อเนียนมากขึ้น
    ค. ทำให้ดินมีช่องว่างสำหรับไส้เดือนมาชอนไชให้ดินร่วนซุย
    ง. ทำให้ดินร่วน ช่วยให้ต้นพืชดูดซึมน้ำ อากาศ และปุ๋ยได้อย่างสะดวก
  7. ข้อใดเรียงลำดับขั้นตอนการปลูกพืชได้ถูกต้อง
    ก. คัดเลือกเมล็ดพันธ์ เตรียมดิน เก็บเกี่ยวผลผลิต ปลูกพืช ดูแลรักษา
    ข. คัดเลือกเมล็ดพันธ์ เตรียมดิน ปลูกพืช ดูแลรักษา เก็บเกี่ยวผลผลิต
    ค. ปลูกพืช คัดเลือกเมล็ดพันธ์ ดูแลรักษา เตรียมดิน เก็บเกี่ยวผลผลิต
    ง. เตรียมดิน คัดเลือกเมล็ดพันธ์ เก็บเกี่ยวผลผลิต ดูแลรักษา ปลูกพืช
  8. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของฮอร์โมนถั่วเหลือง
    ก. ช่วยเร่งดอก เร่งผล
    ข. ช่วยเร่งต้น เร่งใบ
    ค. ทำให้ใบผักกรอบ รสชาตอร่อย
    ง. ช่วยส่งเสรมทางกายภาพทำให้สารต่างๆ เคลื่อนที่ผ่านผนังเซลล์ได้ง่ายขึ้น
  9. หลังจากที่ปลูกต้นกล้ากะเพราลงไปในกระถางเรียบร้อยแล้ว เพราะเหตุใดจึงต้องเด็ดยอดของต้นกล้ากะออกเล็กน้อย
    ก. เพื่อให้รากของต้นกล้ากะเพราติดได้เร็วขึ้น
    ข. เพื่อให้ต้นกล้ากะเพราเจริญเติบโตได้เร็วขึ้น
    ค. เพื่อให้ต้นกะเพราโตมาแตกเป็นพุ่มและไม่สูง
    ง. เพื่อให้น้ำในใบของต้นกล้าลดการคายน้ำออกมา
  10. การเก็บเกี่ยวใบกะเพราควรใช้วิธีใด
    ก. ใช้มือเด็ด
    ข. ใช้มือถอน
    ค. ใช้จอบขุด
    ง. ใช้ตะกร้าสอย

หลักสูตรท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

คำชี้แจง แบบทดสอบมีทั้งหมด 10 ข้อ 10 คะแนน ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกเพียงคำตอบเดียว ให้ตรง กับตัวเลือกในข้อ ก ข ค หรือ ง

เรื่อง มลพิษทางน้ำ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนวัดหลักสี่ (ทองใบทิวารีวิทยา) สำนักงานเขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

Water & Water Pollution – For Grade 5 Students of Wat Laksi School

น้ำ (Water)

น้ำคือปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของคนและสิ่งมีชีวิตเป็นแหล่งกำเนิดของสัตว์น้ำและพืชหลากหลายชนิด นอกจากนั้นน้ำยังมีประโยชน์ในด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม มีประโยชน์สำหรับครัวเรือน ในการดื่มกิน ใช้ประกอบอาหาร หรือใช้ชำระล้างร่างกายและสิ่งสกปรกต่างๆ และน้ำยังทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์แก่สิ่งมีชีวิตคุณสมบัติของน้ำที่เป็นประโยชน์สำหรับมนุษย์และสิ่งมีชีวิตมากที่สุดก็คือ น้ำบริสุทธิ์สะอาด ปราศจากเชื้อโรคและสารพิษเจือปนในอดีตมนุษย์สามารถนำทรัพยากรน้ำจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ได้ ต่างจากปัจจุบันที่เกิดปัญหาด้านคุณภาพของน้ำ หรือเกิดมลพิษทางน้ำจนไม่สามารถนำน้ำจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติมาใช้ได้ ซึ่งปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ

คลองเปรมประชากร ( Khlong Prem Prachakon)

คลองเปรมประชากร ( Khlong Prem Prachakon) หรือชื่อเดิมว่า คลองสวัสดิ์เปรมประชากรเป็นคลองขุดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕โปรดเกล้าฯ ให้ขุดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2413 เนื่องจากทรงเห็นว่าการเดินเรือขึ้นล่องตามแม่น้ำเจ้าพระยานั้นมีเส้นทางอ้อมไปมาทำให้เสียเวลาในการเดินทางมาก

คลองเปรมประชากร เป็นคลองที่มีจุดเริ่มต้นเชื่อมต่อกับคลองผดุงกรุงเกษม ในเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร โดยไหลผ่านเขตดุสิต เขตบางซื่อ เขตจตุจักร เขตหลักสี่ เขตดอนเมือง (กรุงเทพมหานคร) อำเภอเมืองปทุมธานี อำเภอสามโคก (จังหวัดปทุมธานี) และไหลสู่แม่น้ำเจ้าพระยาที่อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

จากการสำรวจกรุงเทพมหานคร มีคลองจำนวน 1,161 แห่ง และคู ลำราง ลำกระโดง จำนวน 521 แห่ง ซึ่งมีลักษณะเป็นโครงข่ายเชื่อมต่อกันสำหรับคลองเปรมประชากรเป็นอีกคลองหนึ่งที่ประสบปัญหาด้านคุณภาพของน้ำ หรือเกิดมลพิษทางน้ำจนไม่สามารถนำน้ำจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติมาใช้ได้ 

Prem Prachakorn Canal near Laksi School

  มลพิษทางน้ำ(Water  Pollution)

มลพิษทางน้ำ(Water  Pollution) หมายถึง สภาวะที่น้ำตามธรรมชาติถูกปนเปื้อนด้วยสิ่งแปลกปลอม (pollutants) และทำให้คุณภาพของน้ำเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เลวลงหรือคุณภาพเสื่อมโทรมลง ยังผลให้การใช้ประโยชน์จากน้ำนั้นลดลงหรืออาจ ใช้ประโยชน์ไม่ได้เลย

สาเหตุที่ก่อให้เกิดมลพิษทางน้ำ

  • เกิดจากน้ำทิ้งและสิ่งปฏิกูลจากแหล่งชุมชน เช่น น้ำที่ใช้ซักฟอกทำความสะอาดซึ่งส่วนใหญ่มีสารอินทรีย์ปะปนมากับน้ำทิ้งเหล่านั้นจนทำให้เกิดมลพิษทางน้ำ
  • น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมหากโรงงานมีการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงในแหล่งน้ำทำให้น้ำเน่าเสียได้ง่ายเพราะมีปริมาณมากและสารปนเปื้อนมีอัตราสูง
  • น้ำเสียที่เกิดจากธรรมชาติ อาจเกิดจากการเน่าเสียเมื่อน้ำอยู่ในสภาพนิ่งไม่มีการไหลเวียนถ่ายเท
  • เกิดจากพื้นที่ทำการเกษตร เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่นิยมใช้น้ำยาปราบศัตรูพืชกันมากขึ้น จึงทำให้มีสารตกค้างอยู่ตามต้นพืชและพื้นผิวดิน เมื่อฝนตกและพัดพาเอาสารพิษที่ตกค้างลงสู่แม่น้ำลำคลองก็ทำให้เกิดมลพิษทางน้ำขึ้นได้

There are four major causes of water pollution : (1) waste from households, (2) waste from factories, (3) water pollution caused by nature, and (4) water pollution caused by farming activities. In short, human activities are the major cause of water pollution.

School children and the polluted canal

แบบทดสอบ เรื่อง มลพิษทางน้ำ

แบบทดสอบ เรื่อง มลพิษทางน้ำ
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
โรงเรียนวัดหลักสี่ (ทองใบทิวารีวิทยา)สำนักงานเขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร


คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

  1. การปนเปื้อนของน้ำมันหล่อลื่นในแหล่งน้ำไม่ทำให้เกิดผลด้านใด
    ก. แสงแดดส่องลงใต้ผิวน้ำลดลง
    ข. ออกซิเจนละลายในน้ำน้อยลง
    ค. พืชน้ำสังเคราะห์ด้วยแสงได้มากขึ้น
    ง. เหงือกปลาเปื้อนน้ำมันมากขึ้น
  2. น้ำในแม่น้ำลำคลองเน่าเสียจะส่งผลกระทบต่อสิ่งใดมากที่สุด
    ก. สัตว์น้ำ
    ข. เกษตรกร
    ค. คนที่อยู่ริมน้ำ
    ง. คนที่ชอบเดินทางทางน้ำ
  3. ลักษณะใดแสดงว่าเกิดมลพิษทางน้ำ
    ก. น้ำไหลแรง มีดินโคลน
    ข. น้ำใส ไม่มีสี
    ค. น้ำมีฟองอากาศที่ผิวน้ำ และมีกลิ่นเหม็น
    ง. น้ำมีสัตว์น้ำอาศัยอยู่มากมาย
  4. .ข้อใดเป็นการกำจัดขยะหรือของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ
    ก. มีการเก็บขยะทุกวันโดยหน่วยงาน ที่รับผิดชอบ
    ข. สร้างจิตสำนึกให้ทุกคนช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม
    ค. เปลี่ยนขยะหรือของเสียให้เป็นสิ่งที่ใช้ประโยชน์ได้อีก
    ง. ถูกทั้ง ข้อ ข และข้อ ค
  5. พืชน้ำหลายชนิดช่วยบำบัดน้ำเสียได้ เช่น หญ้าแฝก ธูปฤาษี นักเรียนทราบหรือไม่ว่าสามารถบำบัดน้ำเสียได้อย่างไร
    ก. ให้ออกซิเจนแก่น้ำ
    ข. ดูดธาตุอาหารที่เป็นมลพิษจากน้ำ
    ค. ใช้คาร์บอนไดออกไซด์ในน้ำสังเคราะห์แสง
    ง. ถูกทั้งข้อ ก ข และ ค
  6. ข้อใดให้ความหมายของ “มลพิษ”ได้ดีที่สุด
    ก. ขยะอันตราย
    ข. น้ำเน่าเสีย
    ค. ของเสียที่มีกลิ่นเหม็น
    ง. ของเสีย วัตถุอันตราย และมวลสารอื่นๆ
  7. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของมลพิษทางน้ำ
    ก. น้ำที่มีสีผิดปกติ
    ข. น้ำที่มีอุณหภูมิสูงผิดปกติ
    ค. สิ่งมีชีวิตในน้ำเติบโตผิดปกติ
    ง. น้ำมีกลิ่นเหม็น
  8. เหตุใดน้ำจึงเป็นทรัพยากรที่สำคัญต่อมนุษย์
    ก. ใช้อุปโภค
    ข. ใช้บริโภค
    ค. ใช้ในการเกษตร
    ง. ถูกทุกข้อ
  9. ปัญหาทางน้ำที่มีสาเหตุสำคัญมาจากน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมเรียกว่า
    ก. น้ำเน่าเสีย
    ข. มลพิษอุตสาหกรรม
    ค. มลพิษทางน้ำ
    ง. มลพิษทางอากาศ
  10. ใครใช้น้ำได้ประหยัดสุด
    ก. ทรายใช้ส้วมแบบชักโครก
    ข. ข้าวหอมรดน้ำต้นไม้เวลากลางวัน
    ค. เตยอาบน้ำโดยการเปิดฝักบัวไว้ตลอดเวลา
    ง. แป้งนำน้ำที่เหลือจากการถูบ้านไปรดน้ำต้นไม้

แบบทดสอบ เรื่อง มลพิษทางน้ำ
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

Science Grade 5 at Laksi School แบบทดสอบ เรื่อง มลพิษทางน้ำ

แบบทดสอบ เรื่อง มลพิษทางน้ำ
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
โรงเรียนวัดหลักสี่ (ทองใบทิวารีวิทยา)สำนักงานเขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
*****************************************************
คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

Water and Water Pollution – Content for Grade 3 Students at Laksi School

แหล่งน้ำ (Sources of Water)

น้ำ คือ ปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของคนและสิ่งมีชีวิตเป็นแหล่งกำเนิดของสัตว์น้ำและพืชหลากหลายชนิด นอกจากนั้นน้ำยังมีประโยชน์ในด้านเกษตรกรรมอุตสาหกรรม มีประโยชน์สำหรับครัวเรือน ในการดื่มกิน ใช้ประกอบอาหาร หรือใช้ชำระล้างร่างกายและสิ่งสกปรกต่างๆ และน้ำยังทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์แก่สิ่งมีชีวิต

Water is essential for life. Humans, animals, and plants need water to grow and survive. Water is also important for agriculture and the industry. Farmers rely on water to grow their crops. We need water for drinking and cleaning our bodies. Without water, we cannot live and stay alive.

              น้ำบนดินหรือน้ำผิวดิน เป็นแหล่งน้ำที่มีปริมาณมากที่สุดในโลก คือมีถึง 99.3 เปอร์เซ็นต์ของน้ำทั้งหมดได้แก่ น้ำในทะเล มหาสมุทร ทะเลสาบ แม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง โดยทั่วไปน้ำผิวดินมักไม่ค่อยสะอาดเนื่องจากมีสารหลายชนิดรวมตัวอยู่กับน้ำ ซึ่งอาจอยู่ในลักษณะสารแขวนลอยทำให้น้ำมีลักษณะขุ่น เป็นตะกอน

          น้ำผิวโลกแบ่งออกเป็น  2  ส่วนใหญ่ ๆ คือ  ส่วนที่เป็นพื้นผิวน้ำ และส่วนที่เป็นพื้นผิวดิน  โดยเฉพาะพื้นน้ำมีอยู่ถึงมีอยู่ถึง 3 ใน 4 ส่วนของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งแหล่งน้ำเหล่านี้จะกระจายอยู่ทั่วไปบนพื้นโลกแหล่งน้ำแบ่งออกเป็น 2  ประเภทใหญ่ ๆ คือ   

          1.แหล่งน้ำที่เกิดโดยธรรมชาติ

            น้ำเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติมีอยู่ทั่ว ๆ ไปในโลก ได้แก่ พื้นผิวดิน ใต้ดิน ในบรรยากาศ  ซึ่งแหล่งน้ำตามธรรมชาติจำแนกได้ 2 ชนิด  ดังนี้

              1.1. น้ำผิวดิน  น้ำผิวดินเป็นแหล่งน้ำที่พบทั่วไปบนพื้นผิวโลก เช่น แม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง ทะเลหรือมหาสมุทร  ซึ่งแหล่งน้ำเหล่านี้จะมาจากน้ำฝน  การละลายของหิมะ การไหลซึมออกมาจากน้ำใต้ดินแล้วไหลไปรวมกัน  

              1.2. น้ำใต้ดิน เกิดจากน้ำผิวดินซึมผ่านดินชั้นต่าง ๆ ลงไปถึงชั้นดินหรือชั้นหินที่ซึมผ่านไม่ได้ น้ำเหล่านี้จะไปสะสมอยู่ระหว่าง  ช่องว่างของเนื้อดินหรือหิน และปริมาณน้ำใต้ดินบริเวณหนึ่ง ๆ จะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนและสภาพภูมิประเทศในบริเวณนั้น  น้ำใต้ดินแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ

                     1.2.1. น้ำในดินหรือน้ำใต้ดินชั้นบนน้ำในดินพบในชั้นดินตื้น ๆ เป็นน้ำที่ซึมอยู่ในดินเหนือชั้นหินเกิดจากน้ำฝนหรือน้ำบนผิวดินดูดซับไว้ เมื่อดินอิ่มตัวไปด้วยน้ำแล้วก็จะซึงลงไปในดินจนถึงชั้นของหิน ซึ่งชั้นหินเหล่านี้จะกั้นน้ำส่วนใหญ่ไม่ให้ซึมผ่านไปได้ 

                      1.2.2. น้ำบาดาล เป็นน้ำที่ซึมจากน้ำในดินผ่านชั้นดินซึ่งน้ำซึมผ่านได้ยากไปเก็บกักอยู่ในชั้นหินซึ่งมีรูพรุนซึ่งอยู่ถัดจากชั้นหินหนา น้ำซึมผ่านได้ยากลงมา และระดับน้ำตอนบนสุดของน้ำเรียกว่าระดับน้ำบาดาลระดับน้ำบาดาลจะเปลี่ยนแปลงได้ตามฤดูกาลหรือเปลี่ยนแปลงตามการเพิ่มหรือสูญเสียน้ำ

           2.แหล่งน้ำที่เกิดจากการสร้างโดยมนุษย์

เช่น อ่างเก็บน้ำ คลอง นอกจากนี้ยังสามารถแบ่งได้ตามการเคลื่อนที่ของน้ำ เช่น แม่น้ำ และคลอง กล่าวถึงแหล่งน้ำมีการไหลจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ในขณะที่ ทะเลสาบ น้ำจะไม่มีการไหลไปแหล่งอื่น แหล่งน้ำที่มีการสัญจรจะถูกเรียกว่าทางน้ำ สำหรับส่วนบริเวณของภูมิประเทศที่มีน้ำเป็นจำนวนหนึ่งแต่ไม่เรียกว่าแหล่งน้ำเช่น น้ำตก และไกเซอร์

           2.1.เป็นแหล่งน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ทั้งทางด้านอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน การเกษตร การอุตสาหกรรม ผลิตกระแสไฟฟ้า ฯลฯ ทั้งนี้แหล่งน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้นยังช่วยลดปัญหาการเกิดอุทกภัยในฤดูฝนได้อีกด้วย เช่น การสร้างเขื่อน อ่าง เก็บน้ำ ฝายทดน้ำ เป็นต้น แหล่งน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้นจำแนกได้ดังนี้1. น้ำบ่อ  เป็นแหล่งน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้นด้วยการขุดบ่อลงไปในดินที่เป็นบริเวณแหล่งน้ำใต้ดิน น้ำบ่อมีความลึกแตกต่างกันตามที่อยู่ของบริเวณแหล่งน้ำโดยบ่อน้ำมีความลึกอยู่ 2 แบบ คือ

                   2.1.1 บ่อน้ำใต้ดิน คือ บ่อที่ขุดเจาะลึงลงไปในบริเวณแหล่งน้ำใต้ดิน เป็นบ่อกว้างประมาณ 1 – 2 เมตร ลึกประมาณ 3 -4 เมตร ขึ้นอยู่กับ   สภาพภูมิประเทศ

                   2.1.2 บ่อน้ำบาดาล คือ บ่อที่ขุดเจอะลงไปใต้ชั้นหินจนถึงระดับน้ำบาดาล ถ้าน้ำอยู่ลึกจะใช้วิธีฝังท่อลงไปแทนการขุดบ่อโดยใช้เครื่องสูบน้ำขึ้นมา ขนาดกว้างประมาณ 15 เซนติเมตร ลึกไม่เกิน 7 เมตร

           2.2. อ่างเก็บน้ำและเขื่อนกั้นน้ำ

             อ่างเก็บน้ำ  คือ แหล่งน้ำที่มีการสร้างทำนบกั้นหุบเนินให้เป็นแหล่งเก็บน้ำขนาดเล็กหรืออาจจะเกิดจากการขุดหนองน้ำให้เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ เพื่อใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ต่าง ๆ  เช่น  การอุปโภค บริโภค การเกษตรและการเลี้ยงสัตว์  เป็นต้น 

           เขื่อนกั้นน้ำ  คือ  แหล่งน้ำที่มีการสร้างทำนบกั้นกวางลำน้ำเพื่อเก็บกักน้ำหรือทดน้ำให้มีระดับสูงขึ้นกว่าเดิมและเกิดเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่  ที่ทำนบของเขื่อนจึงต้องมีช่องระบายน้ำให้ไหลออกได้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่าง ๆ  เช่น  การเพาะปลูก การคมนาคมทางน้ำ การบรรเทาอุทกภัย  และการผลิตกระแสไฟฟ้า  เป็นต้น  ถ้าจำแนกเขื่อนโดยลักษณะการเก็บน้ำเป็นเกณฑ์แบ่งออกได้ 2  แบบ  คือ  เขื่อนกักเก็บน้ำ  และเขื่อนระบายน้ำ 

                 –  ตัวอย่างเขื่อนกักเก็บน้ำ  เช่น  เขื่อนภูมิพล 

                 –  ตัวอย่างเขื่อนระบายน้ำ  เช่น เขื่อนเจ้าพระยา  เป็นต้น

คลองเปรมประชากร

คลองเปรมประชากร ( Khlong Prem Prachakon) เป็นแหล่งน้ำบนดินหรือน้ำผิวดินโดยเป็นแหล่งน้ำที่เกิดจากการสร้างของมนุษย์ หรือชื่อเดิมว่า คลองสวัสดิ์เปรมประชากร เป็นคลองขุดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ โปรดเกล้าฯ ให้ขุดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2413 เนื่องจากทรงเห็นว่าการเดินเรือขึ้นล่องตามแม่น้ำเจ้าพระยานั้นมีเส้นทางอ้อมไปมาทำให้เสียเวลาในการเดินทางมาก


คลองเปรมประชากรเป็นอีกคลองหนึ่งที่ประสบปัญหาด้านคุณภาพของน้ำ หรือเกิดมลพิษทางน้ำซึ่งมีสาเหตุมาจาก
๑. เกิดจากน้ำทิ้งและสิ่งปฏิกูลจากแหล่งชุมชน เช่น น้ำที่ใช้ซักฟอกทำความสะอาดซึ่งส่วนใหญ่มีสารอินทรีย์ปะปนมากับน้ำทิ้งเหล่านั้นจนทำให้เกิดมลพิษทางน้ำ
๒. น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมหากโรงงานมีการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงในแหล่งน้ำทำให้น้ำเน่าเสียได้ง่ายเพราะมีปริมาณมากและสารปนเปื้อนมีอัตราสูง
๓. น้ำเสียที่เกิดจากธรรมชาติ อาจเกิดจากการเน่าเสียเมื่อน้ำอยู่ในสภาพนิ่งไม่มีการไหลเวียนถ่ายเท
๔. เกิดจากพื้นที่ทำการเกษตร เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่นิยมใช้น้ำยาปราบศัตรูพืชกันมากขึ้น จึงทำให้มีสารตกค้างอยู่ตามต้นพืชและพื้นผิวดิน เมื่อฝนตกและพัดพาเอาสารพิษที่ตกค้างลงสู่แม่น้ำลำคลองก็ทำให้เกิดมลพิษทางน้ำขึ้นได้
วิธีป้องกันปัญหามลพิษทางน้ำ
๑. ปลูกจิตสำนึกให้กับเยาวชนในการเรียนรู้และเห็นคุณค่าของการอนุรักษ์น้ำ
๒. สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญในการรักษาคุณภาพของแหล่งน้ำ
๓. รณรงค์ให้หน่วยงาน องค์กรต่างๆมีการบำบัดและขจัดสารพิษก่อนที่จะปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ
๔. รณรงค์ให้ช่วยกันลดปริมาณการใช้น้ำ และลดปริมาณขยะในครัวเรือน
๕. ช่วยกันป้องกันน้ำเน่าเสีย ไม่ทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูลหรือสารพิษลงในแหล่งน้ำ หรือท่อระบายน้ำปัญหาน้ำเน่าเสียหรือการเกิดมลพิษทางน้ำ ส่วนใหญ่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ดังนั้นการถ่ายทอดความรู้ให้กับเด็ก เยาวชน รวมทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองและประชาชนทั่วไป ให้ตระหนักถึงผลเสียและรับรู้การป้องกันปัญหาน้ำเน่าเสียอย่างถูกต้อง เป็นการแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำอย่างถูกวิธีและได้ผลอย่างยั่งยืน

ภาพถ่ายคลองเปรมประชากร

แบบทดสอบ

Water Pollution: Prem Prachakorn Canal in Bangkok

เฉลยแบบทดสอบ เรื่อง แหล่งน้ำ
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓
โรงเรียนวัดหลักสี่ (ทองใบทิวารีวิทยา)สำนักงานเขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

Prerequisites – Necessary for life and work

From a dictionary, one will find out that a prerequisite refers to ‘a thing that is required as a prior condition for something else to happen or exist.’ For example, ‘Being a paid member is not a prerequisite for joining the club.’

In life, there are things or challenges we have to overcome or experience before we can reach or move on to the next level or stage. For example, to get a good job, you may need to get good education and pass the examination with flying colors. To go to the Olympics, you need to be the local champion first.

Observing nature, one may feel that many things are moving in certain orders. To be healthy, you need to exercise and eat healthy food. To grow good crops, one needs to prepare fertile soil and fertilizers and water. In short, there are things to be done before one can get what one wants.

To become a famous singer or successful entrepreneur, one needs to pass several challenges or tests. Nothing comes easy.

To drink good coffee, you may need to do some other things first.

To get rich, one needs to work hard and earn respect and money will follow. If you are in a hurry and do not know how to wait and are not capable of waiting, you will fail. Maybe, time is another prerequisite.

Maturity is real. Our hormones and neural networks require time to mature. There are seasons in life and in nature.

แปล »