กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 (Grade 5 Mathematics)

หลักสูตรท้องถิ่น  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

ชุมชนเขตหลักสี่และว่าวไทย” ภูมิปัญญาหลักสี่  

****************************

ข้อมูลชุมชนเขตหลักสี่

สภาพทั่วไปของชุมชน

ข้อมูลพื้นฐานเขตหลักสี่ เป็น 1 ใน 50 เขต การปกครองของกรุงเทพมหานคร อยู่

ในกลุ่มเขตจตุรทิศโยธินซึ่งถือเป็นเขตที่อยู่อาศัยรองรับการขยายตัวของเมือง    ทางทิศตะวันออก (ตอนเหนือ) ของกรุงเทพมหานคร

  1. สภาพพื้นที่ ขนาดพื้นที่ ที่ตั้งและอาณาเขตติดต่อ ลักษณะทางกายภาพ

โครงสร้างพื้นฐาน

การคมนาคมติดต่อสื่อสาร

                ที่ตั้งและอาณาเขต  ตั้งอยู่บริเวณทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาหรือฝั่งพระนคร มีอาณาเขตติดต่อกับพื้นที่การปกครองต่าง ๆ เรียงตามเข็มนาฬิกา ดังนี้

                ทิศเหนือ ติดต่อกับเขตดอนเมือง มีคลองตาอูฐ คลองเปรมประชากรและคลองวัดหลักสี่เป็นเส้นแบ่งเขต

        ทิศตะวันออก ติดต่อกับเขตบางเขตบางเขน มีคลองถนนเป็นเส้นแบ่งเขต

                 ทิศใต้ ติดต่อกับเขตจตุจักร มีคลองบางเขนและคลองลาดยาวเป็นเส้นแบ่งเขต

        ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอเมืองนนทบุรีและอำเภอปากเกร็ด จังหวัด

นนทบุรี มีคลองประปาเป็นเส้นแบ่งเขต

        ลักษณะภูมิอากาศ

                ลักษณะภูมิอากาศของเขตหลักสี่ แบ่งออกเป็น 3 ฤดู ได้แก่

                   ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ ถึงเดือน เมษายน

                   ฤดูฝน  เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึงเดือนตุลาคม

                   ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนมกราคม

 ที่มาของชื่อเขต  ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการขุดคลองต่าง ๆ เพื่อเป็นทางลัดสู่จังหวัดต่างๆ ที่อยู่รอบนอกพระนคร โดยจะกำหนดหลักบอกระยะทางของคลองที่ขุดทุกระยะ 100 เส้น หนึ่งในคลองเหล่านั้น ได้แก่ คลองเปรมประชากร ซึ่งขุดเชื่อมไปยังอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาชุมชนที่ตั้งอยู่ที่หลักบอกระยะที่ 4 ของคลองนี้ จึงมีชื่อเรียกว่า “บ้านหลักสี่” ซึ่งชื่อหลักสี่นี้ ได้นำมาใช้เป็นชื่อสถานที่อื่น ๆ ในบริเวณนั้นอีก คือ วัดหลักสี่ สถานีรถไฟหลักสี่ และสี่แยกหลักสี่ (จุดตัดระหว่างถนนวิภาวดีรังสิตและถนนแจ้งวัฒนะ)

         2) สภาพทางสังคม เศรษฐกิจ ประชากร

ประวัติศาสตร์  เดิมพื้นที่เขตหลักสี่อยู่ในเขตการปกครองของสำนักงานเขตบางเขน ต่อมาบริเวณนี้ได้รับการโอนย้ายไปอยู่ในเขตการปกครองของสำนักงานเขตดอนเมือง ซึ่งได้รับการจัดตั้งขึ้น ในปี พ.ศ.2532 ต่อมาในพื้นที่เขตดอนเมืองมีประชากรแน่นหนามากขึ้น เพื่อความสะดวกในการปกครองและการบริหารงานราชการ  จึงได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย เปลี่ยนแปลงพื้นที่เขตดอนเมืองและจัดตั้ง “เขตหลักสี่” เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2540 โดยแบ่งพื้นที่ทางทิศใต้ของเขตดอนเมืองมาจัดตั้งเป็นพื้นที่ของเขต ปัจจุบันในเขตมีชุมชนทั้งหมด 81ชุมชน แบ่งเป็นเคหะชุมชน 31 ชุมชน ชุมชนแออัด 25 ชุมชน และชุมชนหมู่บ้านจัดสรร 12 ชุมชน และชุมชนเมือง 13 จำนวนชุมชน

 การแบ่งเขตการปกครอง  

พื้นที่เขตหลักสี่ แบ่งการปกครองออกเป็น 2 แขวง ได้แก่ แขวงทุ่งสองห้อง (Thung Song Hong)แขวงตลาดบางเขน (Talat Bang Khen) ตามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง พื้นที่แขวงทุ่งสองห้อง และเปลี่ยนแปลงพื้นที่แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ได้ใช้คลองเปรมประชากรฝั่งตะวันออกเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่าง 2 แขวง

        การคมนาคม

เส้นทางสายหลัก

1) ถนนวิภาวดีรังสิต (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 31) เชื่อมระหว่างสะพานข้ามคลองบางเขนกับสะพานข้ามคลองวัดหลักสี่

2) ถนนงามวงศ์วาน (ส่วนหนึ่งของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 302)เชื่อมระหว่างสะพานข้ามคลองบางเขนกับสะพานข้ามคลองประปา

3) ถนนแจ้งวัฒนะ (ส่วนหนึ่งของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304) เชื่อมระหว่างสะพานข้ามคลองถนนกับสะพานข้ามคลองประปา

                    4) ทางยกระดับอุตราภิมุข

                    เส้นทางสายรอง

                    5) ถนนกำแพงเพชร 6

                    6) ถนนพิงคนคร มีไม้กั้นทางที่จะไปชุมชนเคหะ แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง

          7) ถนนแสนหวี เป็นถนนที่เลี่ยงไม้กั้นทาง ถนนพิงคนครได้ เมื่อมาถึงบึงใหญ่เลยไป เลี้ยวซ้ายเข้าถนนน่านเจ้าจนถึงคลองประปาจะพบถนนแสนหวี ให้เลาะคลองประปาไปจนเห็นทางตัน ให้เลี้ยวขวาซอยสุดท้าย ไปจนถึงแยกใหญ่ให้เลี้ยวซ้าย จะสามารถเข้าสู่พื้นที่เขตดอนเมืองได้

8) ถนนน่านเจ้า อยู่ทิศเหนือของบึงใหญ่ เริ่มจากถนนพิงคนคร ทิศตะวันออกของบึงใหญ่ จนถึงคลองประปา เป็นถนนแสนหวี

9) ถนนเกษตร อยู่ด้านขวาของบึงสีกัน สุดมุมบึง เลี้ยวขวาเข้าถนนเกษตร(ซอยเกษตร หมู่บ้านเกษตรนิเวศน์) ตรงตลอดจนเข้าสู่ถนนสายหลัก ถนนซอยชวนชื่น 15 หมู่บ้านชวนชื่นบางเขน วิ่งตามถนนสายหลักนี้จะเข้าสู่เส้นทางถนนโกสุมรวมใจ และตรงเข้าสู่ถนนกำแพงเพชร 6 ถนนวิภาวดีรังสิต

10) ถนนชวนชื่น 15 เป็นถนนสายหลักหมู่บ้านชวนชื่นบางเขน หลักสี่ เป็นถนนของทางเขตหลักสี่ จัดเป็นทางลัดเชื่อมต่อระหว่างถนนสายหลักใหญ่ ๆ คือ ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนวิภาวดีรังสิต สามารถวิ่งเข้าออกได้หลายช่องทางทั้งทางฝั่งถนนแจ้งวัฒนะ เข้าทางซอยแจ้งวัฒนะ 10, 12, 14 (เมืองทอง 1) และฝั่งถนนวิภาวดีรังสิต สามารถเข้าทางซอยกำแพงเพชร 6 ซอย 5, 7

11) ถนนโกสุมรวมใจ

                 12) ถนนชินเขต

                 13) ถนนชิดชน                  14) ซอยวิภาวดีรังสิต 60 และซอยพหลโยธิน 49/1 (เคหะบางบัว

ข้อมูลด้านประชากรเขตหลักสี่

ปี พ.ศ.ประชากรชาย(คน)ประชากรหญิง(คน)รวมประชากรทั้งหมด(คน)
255950,23055,358105,588
256049,69555,006104,701
256149,79154,786104,577
256249,78954,496104,285

ที่มา :  https://stat.bora.dopa.go.th(30/08/2563)

ชุมชนในพื้นที่เขตหลักสี่ มีจำนวน ทั้งสิ้น 81 ชุมชน ดังนี้

  1. ชุมชนเคหะ ฯ ทุ่งสองห้อง 301
  2. ชุมชนเคหะ ฯ ทุ่งสองห้อง 302
  3. ชุมชนเคหะ ฯ ทุ่งสองห้อง 303
  4. ชุมชนเคหะ ฯ ทุ่งสองห้อง 304
  5. ชุมชนเคหะ ฯ ทุ่งสองห้อง 305
  6. ชุมชนเคหะ ฯ ทุ่งสองห้อง 306
  7. ชุมชนเคหะ ฯ ทุ่งสองห้อง 307
  8. ชุมชนเคหะ ฯ ทุ่งสองห้อง 308
  9. ชุมชนเคหะ ฯ ทุ่งสองห้อง 309
  10. ชุมชนเคหะ ฯ ทุ่งสองห้อง 310
  11. ชุมชนเคหะ ฯ ทุ่งสองห้อง 311
  12. ชุมชนเคหะ ฯ ทุ่งสองห้อง 312
  13. ชุมชนเคหะ ฯ ทุ่งสองห้อง 313
  14. ชุมชนเคหะ ฯ ทุ่งสองห้อง 315
  15. ชุมชนเคหะ ฯ ทุ่งสองห้อง 316
  16. ชุมชนเคหะ ฯ ทุ่งสองห้อง 317
  17. ชุมชนเคหะ ฯ ทุ่งสองห้อง 318
  18. ชุมชนเคหะ ฯ ทุ่งสองห้อง 319
  19. ชุมชนเคหะ ฯ ทุ่งสองห้อง 320
  20. ชุมชนเคหะ ฯ ทุ่งสองห้อง 321
  21. ชุมชนเคหะ ฯ ทุ่งสองห้อง 322
  22. ชุมชนเคหะ ฯ ทุ่งสองห้อง 323
  23. ชุมชนเคหะ ฯ ทุ่งสองห้อง 324
  24. ชุมชนเคหะ ฯ ทุ่งสองห้อง 325
  25. ชุมชนเคหะ ฯ ทุ่งสองห้อง 327
  26. ชุมชนเคหะ ฯ ทุ่งสองห้อง 328
  27. ชุมชนเคหะ ฯ ทุ่งสองห้อง 329
  28. ชุมชนเคหะ ฯ ทุ่งสองห้อง 330
  29. ชุมชนกคลองเปรมประชาพัฒนา
  30. ชุมชนก้าวหน้า
  31. ชุมชนลออทิพย์
  32. ชุมชนร่วมกิจกรุงศรีพัฒนา
  33. ชุมชนรัตนชัยวิลล่า
  34. ชุมชนไทรงาม
  35. ชุมชนพงษ์เพชรแจ้งวัฒนะ 14
  36. ชุมชนชวนชื่นบางเขน
  37. ชุมชน ปตอ.1 (1)
  38. ชุมชน ปตอ.1 (2)
  39. ชุมชนกองพลาธิการ
  40. ชุมชนกองสรรพาวุธเบา พล.1 รอ.
  41. ชุมชนอยู่ดีมีสุขร่วมใจ
  42. ชุมชนทหารเสือ
  43. ชุมชนแจ้งวัฒนะผาสุข
  44. ชุมชนศิษย์หลวงปู่ขาววัดหลักสี่
  45. ชุมชนตลาดหลักสี่
  46. ชุมชนชายคลองบางบัว
  47. ชุมชนบางบัว ม.อาทิตย์
  48. ชุมชนตรีเพชร 2
  49. ชุมชนเปรมสุขสันต์
  50. ชุมชนมิตรประชาพัฒนา
  51. ชุมชนอยู่แล้วรวย
  52. ชุมชนแฟลตตำรวจส่วนกลางฯ
  53. ชุมชนกองบัญชาการศึกษา
  54. ชุมชนคนรักถิ่น
  55. ชุมชน หมู่บ้าน กฟภ.นิเวศน์ 2
  56. ชุมชนเคหะท่าทราย
  57. ชุมชนซอยชินเขต
  58. ชุมชนพงษ์เพชรพัฒนา
  59. ชุมชนร่วมพัฒนา
  60. ชุมชนหลังแฟลตร่วมพัฒนา
  61. ชุมชนเคหะบางบัว
  62. ชุมชนคลองบางเขน
  63. ชุมชนตลาดบางเขน
  64. ชุมชนเทวสุนทร
  65. ชุมชนเมาคลี
  66. ชุมชนแฟลตตำรวจอิสระ
  67. ชุมชนหลักสี่
  68. ชุมชนชาวลาดตระเวน
  69. ชุมชนหลักสี่พัฒนา 99
  70. ชุมชนบางบัวเชิงสะพานไม้ 1
  71. ชุมชนบางบัวร่วมใจพัฒนา สะพานไม้ 2
  72. ชุมชนหมู่บ้านราชพฤกษ์
  73. ชุมชนซอยพัชราภา
  74. ชุมชนหมู่บ้านชื่นกมลนิเวศน์ 1
  75. ชุมชนร่มเย็นพัฒนา
  76. ชุมชนยิ้มสยาม
  77. ชุมชนหมู่บ้านพงษ์เพชรวิลล่า
  78. ชุมชนมีสุข
  79. ชุมชนพินิจสินลออ
  80. ชุมชนโกสุมนิเวศน์
  81. ชุมชนหมู่บ้านมหานครนิเวศน์

“ว่าวไทย” ภูมิปัญญาชุมชนหลักสี่

 แหล่งผลิตว่าวไทยของเขตหลักสี่  อยู่ที่ชุมชนทำว่าว  ตั้งอยู่ที่ 304/686 หมู่ 3 การเคหะแห่งชาติบางบัว  เขตหลักสี่  กรุงเทพมหานคร  ชุมชนทำว่าว  เป็นชื่อเรียกชุมชนแห่งหนึ่งที่เกิดขึ้น  จากการที่ได้มีผู้อยู่อาศัยในชุมชนประกอบอาชีพในการประดิษฐ์ว่าว  ซึ่งเป็นภูมิปัญหาของคนไทยและเป็นหัตถกรรมพื้นบ้านออกจำหน่ายเผยแพร่ในชุมชน  ชุมชนนี้มี

ลุงกุน  บุญนก  เป็นผู้นำชุมชนในการประดิษฐ์ว่าว

        การสืบสารและสร้างสรรค์คุณค่าทางด้านศิลปะการสืบสานภูมิปัญญาที่เป็นเอกลักษณ์  ทำให้ได้รับการยอมรับของชุมชนสังคมทั้งในประเทศและต่างประเทศ  การที่ลุงกุน บุญนก นำความรู้ด้านศิลปะการทำว่าวที่ตนเองได้ศึกษาค้นคว้า ค้นพบ ทดลองจนประสบความสำเร็จและไปเผยแพร่  ถ่ายทอดให้ผู้อื่นเรียนรู้  นำไปปฏิบัติจนประสบผลสำเร็จ  เป็นประโยชน์โดยรวมแก่สังคม  จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ ให้เป็นครูภูมิปัญญาไทยรุ่นที่ 4  ด้านศิลปกรรม  ประจำพุทธศักราช2548 จากสำนักเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

ขั้นตอนการทำว่าวของ คุณกุน บุญนก

เริ่มจากการไปหาซื้อไม้ไผ่สีสุกที่จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี และ นครศรีอยุธยา โดยจะตัดไม้ไผ่ด้วยตนเอง และเลือกตัดเฉพาะไผ่สดที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ซึ่งสีของไม้ไผ่จะมีสีน้ำตาลหรือเขียวแก่ แล้วนำไม้ไผ่ที่ได้มาผ่า นำไปแช่น้ำไว้ประมาณ 1 เดือน ทั้งนี้เพื่อให้ไม้ไผ่มีความเหนียวและป้องกันไม่ให้มอดกินเนื้อไม้ จากนั้นนำมาตากให้แห้งแล้วจึงนำมาประกอบเป็นโครงว่าว นอกจากจะทำว่าวออกจำหน่ายแล้ว ยังได้เปิดสอนการทำว่าวแก่ผู้ที่สนใจและต้องการนำไปประกอบอาชีพต่อไปอีกด้วย
ปัจจุบันผู้สืบทอดกลวิธีการทำว่าวไทยหลักสี่ รุ่นที่ 2 คือ นายสาโรจน์ บุญนก ซึ่งรับสอนการทำว่าว แก่ผู้ที่สนใจและต้องการนำไปประกอบอาชีพต่อไปอีกด้วย

บรรณานุกรม

สำนักงานเขตหลักสี่. (ม.ป.ป.). เล่าเรื่องหลักสี่. กรุงเทพฯ : ม.ป.ป.
https://www.facebook.com/ว่าวไทย-ลุงกุน -บุญนก-433079590218681
http://www.thaiwisdom.org/versionshow/4?page=6
http://sci4fun.com/kite/goon.html
http://sci4fun.com/kite/kite.html
https://stat.bora.dopa.go.th
http://www.bangkok.go.th/laksi/page/sub/6568
http://www.bangkoktourist.com/index.php/top-attractions/index?top_id=302
http://service.nso.go.th/nso/nsopublish/service/bangkokMap/Html/Map_tour/Laksi1.htm
https://www.facebook.com/sacict/posts/1772520052777580

แบบทดสอบหลักสูตรท้องถิ่น  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ 
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

 เรื่องการอ่านแผนภูมิแท่งเปรียบเทียบ

แบบทดสอบหลักสูตรท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

เรื่องการอ่านแผนภูมิแท่งเปรียบเทียบ

คำชี้แจง แบบทดสอบมีทั้งหมด 10 ข้อ 10 คะแนน ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกเพียง
            คำตอบเดียว ให้ตรงกับตัวเลือกในข้อ ก ข ค หรือ ง

หลักสูตรท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

หลักสูตรท้องถิ่น  กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ศูนย์การเรียนรู้ห้องเรียนธรรมชาติ  เกษตรอินทรีย์

สวนเกษตรดาดฟ้า สำนักงานเขตหลักสี่

สำนักงานเขตหลักสี่ ชั้น 8 เลขที่ 999 ซ.แจ้งวัฒนะ 10 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง
เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 

1. ที่มาของสวนเกษตรดาดฟ้า  สำนักเขตหลักสี่

สวนเกษตรดาดฟ้า  ได้ริเริ่มก่อตั้ง  พ.ศ. 2545  เริ่มจากเจ้าหน้าที่กลุ่มงานปลูกฯ  ฝ่ายรักษาความสะอาดสวนสาธารณะได้ปลูกผักปลอดสารพิษเพื่อรับประทานกินเองในบริเวณที่ว่างด้านหลังเขตและเจ้าของที่ดินได้มาขอที่ดินคืน  จึงเกิดความเสียหายหากยกเลิกกลางคันเพราะผักกำลังงอกงาม  จึงได้สำรวจพื้นที่ปลูกผัก ซึ่งในช่วงนั้นดาดฟ้าของอาคารสำนักงานเขต  เป็นที่เก็บของชำรุด  ไม่ได้ใช้ประโยชน์  จึงเห็นว่าน่าจะทำประโยชน์ได้จึงนำผักที่ปลูกใส่กระถางนำไปวางไว้บนดาดฟ้า  จากกการปลูกผักเล็กๆ  น้อยๆ  เพื่อรับประทานเองก็เริ่มปลูกผักหลายชนิด  จึงทำให้การปลูกผักหลายชนิด  จึงทำให้การปลูกผักจนเต็มพื้นที่  440  ตารางเมตร  ลักษณะค่อยเป็นค่อยไป  โดยยึดแนวพระราชดำริตามทฤษฎีพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงตรัสว่า  “พอเพียงคือทำให้เหมาะสมกับฐานะ”

ด้วยพื้นที่เพียง 440 ตารางเมตร แต่สามารถปลูกผัก ผลไม้ และสมุนไพรได้ถึง 130 ชนิด แบ่งเป็น โซนผัก โซนไม้ยืนต้น และโซนสมุนไพร โดยมีทั้งแปลงผัก ซุ้มผัก กระถางผัก และสวนหย่อมเล็กๆ และปลูกพืชผักแบบหมุนเวียน เน้นปลูกตามฤดูกาล เช่น ช่วงฤดูร้อนหรือฤดูฝนจะปลูกถั่วฝักยาว ช่วงฤดูหนาวปลูกมะเขือเทศพันธุ์ไข่มุกทอง, จูเลียตเรดสวีท, คื่นฉ่าย, ผักชี, สลัดใบเขียว, สลัดใบแดง, สลัดแก้ว, กะหล่ำดอก, บล็อกโคลี่, แคนตาลูป ฯลฯ ปลูกตลอดทั้งปี ผักบุ้ง, คะน้า, ผักโขม, ผักกาดขาวญี่ปุ่น, ผักกาดฮ่องเต้, บวบ, ฟัก, มะระ,ต้นหอม, ปวยเล้ง, มะเขือ ฯลฯ ผลไม้มี ฝรั่ง, ส้ม, เสาวรส, แก้วมังกร, มะละกอ, องุ่น ฯ เน้นผักที่ปลูกในแปลงจะต้องเป็น ผักรากตื้น อายุสั้น เช่น ผักใบต่างๆ ส่วนผักรากลึก จะปลูกในกระสอบ เช่น มะเขือเทศ, มะระ, แตงโม, บวบ, ฟักทอง ฯลฯ ต่อมาภายหลังมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ทั้งในประเทศประเทศและต่างประเทศมาศึกษาดูงาน อีกทั้งประชาชนต้องการให้เปิดอบรมการทำเกษตรอินทรีย์ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

From a rooftop farm to a learning center

จากสวนเกษตรดาดฟ้า กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ห้องเรียนธรรมชาติ
เกษตรอินทรีย์สวนเกษตรดาดฟ้า สำนักงานเขตหลักสี่

สวนเกษตรดาดฟ้า  เขตหลักสี่  กลายเป็นอีกแหล่งเป็นศูนย์การเรียนรู้  ให้กับหน่วยงานต่างๆ  นักเรียน  นักศึกษา  ประชาชนทั่วไปทั้งในประเทศและต่างประเทศ  โดยเฉพาะชุมชนเมือง  จากจุดเริ่มต้นที่มีผู้มาศึกษาดูงานจำนวนมาก  และประชาชนได้ขอให้เปิดอบรมการทำเกษตรอินทรีย์  สำนักงานเขตหลักสี่  จึงได้จัดทำ  โครงการส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์แบบเศรษฐกิจพอเพียง  ให้กับประชาชนทั่วไปโดยเปิดอบรมในวันเสาร์เว้นเสาร์ของทุกเดือน  โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย  เริ่มเปิดอบรมในปี  พ.ศ.  2552  ถึงปัจจุบัน  มีผู้มาอบรมจำนวน  4,105  คน  (ข้อมูล ณ กรกฎาคม  2558)

หลักสูตรในการอบรม  ได้แก่  เทคนิคการเลือกเมล็ดพันธุ์  การเพาะการปลูก,  การทำหัวเชื้อจุลินทรีย์,  การทำน้ำจุลินทรีย์ตัวขยาย  (ขยะหอม), การทำฮอร์โมน, การทำปุ๋ยใบไม้จากขยะเศษอาหาร,  การเพาะถั่วงอกปลอดสารพิษ  การทำน้ำยาเอนกประสงค์

นายจุมพล สำเภาพล
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
เปิดศูนย์การเรียนรู้ฯ อย่างเป็นทางการ
เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558

ผู้มาเยี่ยมชมในปี  2551  ถึงปัจจุบัน  7,863  คน  หน่วยงานและสื่อมวลชน  จำนวน  320  ราย  (ข้อมูล  ณ 31 ก.ค. 58)  จากการที่มีผู้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก  และประกอบกับมีการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ  และมีการพัฒนาอย่างโดดเด่น  สามารถเป็นต้นแบบให้กับหน่วยงานราชการ  เอกชน  และประชาชน  สำนักงานเขตหลักสี่  จึงได้จัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้ห้องเรียนธรรมชาติแกษตรอินทรีย์  สวนเกษตรดาดฟ้า  สำนักงานเขตหลักสี่  และได้ต่อยอดลงสู่ลานดิน  ซึ่งเป็นพื้นที่ว่างรกร้างนำมาทำประโยชน์  โดยขอใช้พื้นที่จากเจ้าของดินที่เป็นหน่วยงานราชการและเอกชน  จำนวน  9  แห่ง  ต่อมาในช่วงพฤศจิกายน  2557  ได้ขยายผลลงสู่ลานปูน  ซึ่งใช้พื้นที่บริเวณลานจอดรถสำนักงานเขตหลักสี่  เพียง  336  ตร.ม.  ทำไร่นาสวนผสมแบบพอเพียง  โดยปลูกข้าว  เลี่ยงไก่   เลี้ยงกบ  เลี้ยงปลาดุก  และทำแปลงปลูกผักปลอดสารพิษ  ศูนย์การเรียนรู้ห้องเรียนธรรมชาติเกษตรอินทรีย์ สวนเกษตรดาดฟ้า  สำนกงานเขตหลักสี่  ได้เปิดศูนย์การเรียนรู้ฯ อย่างเป็นทางการ  เมื่อวันที่  8  กุมภาพันธ์  2558 โดยมีรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  (นายจุมพล  สำเภาพล) เป็นประธานในพิธีเปิด        ศูนย์การเรียนรู้ฯ 

มาทำหลังคาให้เป็นสีเขียว กินได้ พื้นที่น้อยสามารถปลูกพืชผักได้

ถ้าพูดถึงสภาพในชุมชนเมือง  ทุกคนจะนึกถึงตึกอาคารสูงๆ  บ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยน้อยพื้นที่จำกัด  จะปลูกผัก  ทำสวน  มีดาดฟ้า เอาต้นไม้ขึ้นไปปลูก  กลัวตึกพัง  ไม่มีพื้นที่  ปลูกพื้นผักบนพื้นปูน  ต้นไม้ไม่ตายหรือ  มีมากมายหลายคำถาม  ปัญหาสำหรับคนเมืองที่อยากปลูกต้นไม้เพื่อความสวยงาม  และพืชผักไว้รับประทานเอง  ศูนย์การเรียนรู้ห้องเรียนธรรมชาติเกษตรอินทรีย์ สวนเกษตรดาดฟ้า  สำนกงานเขตหลักสี่  มีเทคนิคและวิธีการทำเกษตรอินทรีย์  แบบพอเพียงบนพื้นที่จำกัด

ถ้าพูดถึงสภาพในชุมชนเมือง ทุกคนจะนึกถึงตึกอาคารสูงๆ บ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยน้อยพื้นที่จำกัด จะปลูกผัก ทำสวน มีดาดฟ้า เอาต้นไม้ขึ้นไปปลูก กลัวตึกพัง ไม่มีพื้นที่ ปลูกพื้นผักบนพื้นปูน ต้นไม้ไม่ตายหรือ มีมากมายหลายคำถาม ปัญหาสำหรับคนเมืองที่อยากปลูกต้นไม้เพื่อความสวยงาม และพืชผักไว้รับประทานเอง ศูนย์การเรียนรู้ห้องเรียนธรรมชาติเกษตรอินทรีย์ สวนเกษตรดาดฟ้า สำนกงานเขตหลักสี่ มีเทคนิคและวิธีการทำเกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียงบนพื้นที่จำกัด
สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการปลูกผักบนดาดฟ้า ดังนี้

1) น้ำหนัก ควรคำนึงถึงเรื่องการรับน้ำหนักเป็นอันดับแรก เพราะจะมีผลกับการออกรูปแบบการปลูกผัก โดยปกติพื้นที่ 1 ตารางเมตร สามารถรับน้ำหนักได้ 200 กิโลกรัม จึงใช้วางแปลงปลูกผักหรือซุ้มผักที่มี น้ำหนักไม่มาก และวางแบบกระจาย ส่วนพื้นที่บริเวณคานสามารถรับน้ำหนักได้ถึง 400 – 600 กิโลกรัม จึงใช้วางไม้กระถางใหญ่ ๆ ที่มีน้ำหนักมากได้

2) ความชื้น ถ้ามีน้ำท่วมขัง จะทำให้มีปัญหา โครงสร้างของตึก ควรลงน้ำยากันซึม ป้องกันการรั่วซึมของน้ำ และควรมีท่อระบายน้ำด้านข้างอย่างน้อยข้างละ 4 จุด เพื่อให้น้ำระบายออกได้

3) ความร้อนและแรงลมบนดาดฟ้า มักประสบปัญหาความร้อนจากแสงแดดและความแรงลมต้องปลูกไม้เถาที่ความเหนียวไว้บังแดด และแสงแดด ลมมาทางไหนก็จะปลูกเป็นกำแพง ซึ่งจะช่วยลดระดับความแรงลมได้และให้ร่มเงากับแปลงผักช่วงล่าง หรืออาจเลือกปลูกเสาวรส องุ่น สับปะรด หรือต้นกล้วยพันธุ์เตี้ยก็ได้

4) ความสะอาดและการดูแลความเรียบร้อย ความสะอาดของพื้นที่บนดาดฟ้าเป็นสิ่งจำเป็นมากเพราะใบไม้มาก ถ้าใบไม้ เศษดินที่ร่วงหล่นไปในท่อระบายน้ำ อาจทำให้ท่อระบายน้ำอุดตัน จึงต้องกวาดทำความสะอาดพื้นที่รอบๆ แปลงทุกวัน เศษดินเล็กๆ น้อยๆ กวาดลงในแปลงเศษผักใบไม้จะถูกนำมาหมักเป็นปุ๋ย

การทำแปลงปลูกผัก (Preparing Veggie Patches)

4.1  การทำแปลงปลูก

          การทำการเกษตรบนพื้นปูนจะมีปัญหาในเรื่องของความร้อน เคล็ดลับการเตรียมแปลงปลูกบนดาดฟ้า  จึงใช้กาบมะพร้าวเป็นส่วนประกอบหลัก  บรรจุในกระบะไม้ที่ทำขึ้นจากเศษไม้ แปลงปลูกผัก ขนาดมาตรฐานของศูนย์การเรียนรู้ฯ คือ  ขนาดประมาณ กว้าง  1.20  เมตร  ยาว  4  เมตร และสูง 20 – 30 เซนติเมตร  สามารถออกแบบขนาดของแปลงได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่  โดยให้มีช่องทางเดินระหว่างแปลง ประมาณ 50 เซนติเมตร  เพื่อสะดวกในการทำงาน  

ขั้นตอนในการทำแปลงปลูก มีดังนี้

1) นำกิ่งไม้หรือไม้รวกมาก่อเป็นแบบแปลงสิ่งเหลี่ยมในขนาดที่ต้องการ มัดติดด้วยลวด

2) นำกระสอบปุ๋ยมาเย็บติดกันขนาดเท่าแปลงและตีติดกับแปลง

3) นำแผ่นฟิวเจอร์เบอร์ตัดตามขนาดที่ต้องการตีติดกับแปลง จะช่วยป้องกันและลดระยะเวลาการผุผังของไม้แบบแปลง แปลงปลูกผักของศูนย์การเรียนรู้ฯ ขนาดประมาณ กว้าง 1.20 เมตร ยาว 4 เมตร และสูง 20 – 30 เซนติเมตร หรือสามารถออกแบบขนาดของแปลงได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่ โดยให้มีช่องทางเดินระหว่างแปลง ประมาณ 50 เซนติเมตร เพื่อสะดวกในการทำงาน

4.2 การผสมดินปลูก

การปลูกผักดาดฟ้า ถ้าใช้ดินอย่างเดียวนอกจากจะมีน้ำหนักมาก ยังทำให้ผักเหี่ยวเฉา เนื่องจากดินจะดูดความร้อนจากพื้นปูนไปสู่ต้นไม้ ดังนั้นจึงควรใช้กาบมะพร้าวใส่ลงไปร่วมกับดิน ซึ่งกาบมะพร้าวจะเป็นตัวดูดซับความชื้นและช่วยกรองความร้อนจากพื้นปูนได้ดี
ขั้นตอนการเตรียมดินในแปลงปลูก
1) นำกาบมะพร้าวมาวางให้ทั่วทั่วแปลง โรยดินไว้ด้านบน อัตราส่วนกาบมะพร้าว 2 ส่วน (ครึ่งหนึ่งของแปลงปลูก) ดิน 1 ส่วน (กาบมะพร้าวสามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาด) ส่วนดินที่ใช้ปลูกผักก็คือดินทั่วไป หรือดินบรรจุถุงที่มีจำหน่ายตามร้านขายต้นไม้

2) โรยจุลินทรีย์แห้งหรือปุ๋ยแห้งลงไปในดินเพื่อเพิ่มธาตุอาหาร อัตราส่วนที่ใช้ ปุ๋ยแห้ง 1 กำมือต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร โรยบางๆ ที่หน้าดินให้ทั่วแปลง ใช้จอบสับเพื่อคลุกเคล้าให้เข้ากัน และรดน้ำให้ชุ่ม กรณีกาบมะพร้าวและดินในแปลงยุบตัว เนื่องจากจุลินทรีย์ย่อยสลาย ให้เติมกาบมะพร้าวสับตากแห้ง เศษใบไม้ใบพืชสับตากแห้งและดินลงไปอีกเล็กน้อย โดยปกติจะมีการเปลี่ยนกาบมะพร้าวและดินในแปลงปลูกทุก 6 เดือน โดยตักดินและกาบมะพร้าวที่ถูกจุลินทรีย์ย่อยสลายจนนิ่มเอาออกจากแปลงเดิม ใส่กาบมะพร้าวใหม่ลงไปและนำดินที่ตักออกใส่กลับไปบนกาบมะพร้าว ทำเหมือนขั้นตอนแรก

  1. การทำฮอร์โมนถั่วเหลือง

ฮอร์โมนถั่วเหลือง มีประโยชน์ในการใช้รดพืชผัก เร่งต้น เร่งใบ ทำให้ใบกรอบ รสชาติอร่อย ลำต้นไม่แคระแกรน และยังช่วยส่งเสริมทางกายภาพทำให้สารต่างๆ เคลื่อนที่ผ่านผนังเซลล์ได้ง่ายขึ้น
ส่วนผสม
1) ถั่วเหลืองผ่าซีก 1 กิโลกรัม แช่น้ำไว้ 1 คืน นำมาปั่นให้ละเอียด โดยผสมกับน้ำ 8 ลิตร (กรองเอาเฉพาะน้ำแยกกากออก)
2) กลูโคลินผล 4 ขีด
3) น้ำตาลทรายขาว 1 กิโลกรัม
4) น้ำมะพร้าวอ่อน 4 ลูก
5) โยเกิร์ต (รสธรรมชาติ) 1 ถ้วย (บรรจุ 140 ถ้วย)
6) น้ำส้มสายชู (เทียม) ½ ขวด

วิธีทำ

1) นำน้ำถั่วเหลืองและส่วนผสมทั้งหมดผสมให้เข้ากัน
2) ใส่ถังปิดฝาซีลให้แน่นหมักไว้ 1 เดือน
3) นำไปปั่นอีก 1 ครั้ง บรรจุใส่ขวดนำไปใช้งาน

วิธีใช้
ฮอร์โมนถั่วเหลือง 2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 5 ลิตร ฉีด พ่น ราด รดวันเว้นวัน 

  1. พืชผักสวนครัว
    พืชผักสวนครัว หมายถึง พืชที่ใช้ส่วนต่างๆ เป็นอาหาร เช่น ลำต้น ใบ ดอก ผล และหัว พืชผักสวนครัวสามารถปลูกไว้ในบริเวณบ้านหรือหน่วยงาน อาจปลูกลงแปลงหรือในภาชนะต่าง ๆ เพื่อใช้บริโภคในครอบครัวและลดรายจ่ายรวมทั้งเกิดความปลอดภัยในการบริโภค ถ้าหากมีจำนวนมากเหลือจากการบริโภคก็สามารถนำไปจำหน่ายเพื่อเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัว ซึ่งสามารถแบ่งพืชผักสวนครัวตามลักษณะการนำมาประกอบอาหารได้ 4 ประเภท ดังนี้
    1) ใช้ผลหรือฝักเป็นอาหาร เช่น แตงกวา มะเขือเปราะ มะเขือเทศ พริก ถั่วฝักยาว ถั่วพู

2) ใช้ใบหรือลำต้นเป็นอาหาร เช่น ชะอม ต้นหอม ผักชี โหระพา ตำลึง คะน้า ผักบุ้ง กะเพรา ตะไคร้ สะระแหน่

   3. ใช้ดอกเป็นอาหาร เช่น ดอกแค  ดอกขจร  ดอกโสน  กะหล่ำดอก บร็อคโคลี่  

4) ใช้หัวหรือรากที่อยู่ใต้ดินเป็นอาหาร เช่น ขิง ข่า กระชาย ผักกาดหัว หอมหัวใหญ่ แครอท กระเทียม

พืชผักสวนครัวเป็นแหล่งรวมสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกลือแร่ และวิตามิน การบริโภค

การปลูกพืชผักสวนครัวในภาชนะต่างๆ

1) การปลูกผักชีในกระถางตั้งพื้น

2) การปลูกสะระแหน่ในกระถางแขวน

3) การปลูกต้นหอมในยางของรถยนต์

4) การปลูกพริกในถังพลาสติก

การปลูกพืชผักสวนครัว (กะเพรา) (Basil)

วัสดุอุปกรณ์

  1. ต้นกล้า
  2. กระถางปลูกต้นไม้
  3. กาบมะพร้าวสับ
  4. ดินผสมปุ๋ย
  5. ไม้ปลายแหลมเหมือนแท่งดินสอ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 นิ้ว สำหรับเจาะหลุม
  6. อาหารของพืช (ปุ๋ยน้ำชีวภาพ ฮอร์โมนถั่วเหลือง)
  7. บัวรดน้ำ

ขั้นตอนการปลูก

1) ตัดถุงพลาสติกเป็นวงกลมเท่ากับก้นของกระถางปลูกต้นไม้

2) ใส่แผ่นวงกลมของถุงพลาสติกลงใต้ก้นของกระถางปลูกต้นไม้ เพื่อป้องกันไม่ให้ดินไหลเมื่อรดน้ำ
3) ใส่กากมะพร้าวสับ ½ ของกระถาง เพื่อเก็บความชื้น

4) ใส่ดินให้เกือบเต็มกระถางและใส่ปุ๋ยหมักให้เต็มกระถาง

5) รดน้ำลงในกระถางเพื่อให้ดินเกิดความชุ่มชื้น

  1. นำไม้ปลายแหลมปลักลงไปตรงกลางกระถาง เพื่อทำเป็นหลุมในการปลูกต้นพืช
  2. นำต้นกล้ากะเพราที่เตรียมไว้ใส่ลงไปในหลุมปลูกในกระถางแล้วกดดินรอบบริเวณของต้นกล้าให้แน่น
  3. เด็ดยอดของต้นกล้ากะเพราะออกเล็กน้อย เพื่อให้ต้นกะเพราโตมาแตกเป็นพุ่มและไม่สูง
  4. ผสมอาหารของพืช 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 5 ลิตร ลงในบัวรดน้ำ แล้วนำไปรดต้นพืชในกระถาง วันเว้นวันให้ชุ่ม เพื่อเร่งต้นและใบของต้นพืช
  5. พอต้นกล้าตั้งตัวได้ 3 วัน ให้เริ่มใช้ปุ๋ยน้ำชีวภาพ อัตราส่วน 2 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 5 ลิตร สลับกับฮอร์โมนถั่วเหลืองอัตราส่วน 2 ช้อนโต๊ะ ในการรดน้ำต้นพืชเช้าเย็น ประมาณ 20 วัน สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ (ขึ้นอยู่กับชนิดของพืช)

บรรณานุกรม

ฝ่ายรักษาความสะอาด สำนักงานเขตหลักสี่. (2558). คู่มือการทำเกษตรอินทรีย์แบบพอเพียง บนพื้นที่จำกัด. กรุงเทพฯ: ศูนย์สื่อและสิ่งพิมพ์แก้วเจ้าจอม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.

http://www.bangkok.go.th/laksi/page/sub/6548/สวนเกษตรดาดฟ้าhttp://www.iadth.com/https://guru.sanook.com/21594/https://www.allkaset.com/contents/ประเภทของผักสวนครัว-42.phphttps://www.baanlaesuan.com/60911/plant-scoop/tum_leunghttps://www.lazada.co.th/products/200-300-i651416682.htmlhttps://www.palangkaset.com/ปลูกถั่วพู-1http://zoo-za.com/https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=1632&code_db=610010&code_type=01https://www.baannode.com/product/18703/chinese-kale-คะน้ายอดhttps://www.kasetsomboon.com/producthttps://www.blockdit.com/posts/5dce1322e94a9d7676a9297fhttps://medthai.com/กะหล่ำดอกhttps://puechkaset.com/บร็อคโคลี่http://www.monmai.com/แค/https://puechkaset.com/ผักขจรhttp://thaiherbonly.blogspot.com/2012/01/zingiber-officinale-roscoe.htmlhttp://www.the-than.com/samonpai/P/9.htmlhttps://thailandjuicer.com/กระชาย/https://www.sanook.com/health/7213/https://attaponsamruamjit.wordpress.com/หัวผักกาด/https://www.youtube.com/watch?v=IcB-t4xtj24

Words You Should Know

Vocabulary : สวนเกษตรดาดฟ้า

  1. Vegetable (เวจ-จิ-ทะ-เบิล) แปลว่า ผัก
  2. Herb (เฮิบ) แปลว่า สมุนไพร
  3. Summer (ซัม-เมอร์) แปลว่า ฤดูร้อน
  4. Winter (วิน-เทอะ) แปลว่า ฤดูหนาว
  5. Papaya (พะ-พา-ยา) แปลว่า มะละกอ
  6. Orange (ออ-เร้นจ) แปลว่าส้ม
  7. Learning (เลิน-นิ่ง) แปลว่า การเรียนรู้
  8. Backyard garden (แบค-เยิร์ด-การ์-เดิน) แปลว่า ผักสวนครัว
  9. Plant (แพลนท) แปลว่า เพาะปลูก
  10. Organic Farming (ออร์-แกน-นิค-ฟาร์ม-มิ่ง) แปลว่า การทำเกษตรอินทรีย์


แบบทดสอบหลักสูตรท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
ศูนย์การเรียนรู้ห้องเรียนธรรมชาติ เกษตรอินทรีย์
สวนเกษตรดาดฟ้า สำนักงานเขตหลักสี่


คำชี้แจง แบบทดสอบมีทั้งหมด 10 ข้อ 10 คะแนน ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกเพียงคำตอบเดียว ให้ตรงกับตัวเลือกในข้อ ก ข ค หรือ ง

  1. สวนเกษตรดาดฟ้า ของสำนักเขตหลักสี่ อยู่ในความดูแลและรับผิดชอบของหน่วยงานใด
    ก. ฝ่ายโยธา
    ข. ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล
    ค. ฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม
    ง. ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณ
  2. พื้นที่สวนเกษตรดาดฟ้า เขตหลักสี่ ได้แบ่งการปลูกพืชออกเป็นกี่โซน อะไรบ้าง
    ก. 5 โซน แบ่งเป็น โซนผัก โซนผลไม้ โซนสมุนไพร โซนไม้ยืนต้น โซนไม้ดอกไม้ประดับ
    ข. 4 โซน แบ่งเป็น โซนผัก โซนผลไม้ โซนสมุนไพร โซนไม้ยืนต้น
    ค. 3 โซน แบ่งเป็น โซนผัก โซนสมุนไพร โซนไม้ยืนต้น
    ง. 2 โซน แบ่งเป็น โซนผัก โซนสมุนไพร
  3. ข้อใดไม่ใช่สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการปลูกผักบนดาดฟ้า
    ก. น้ำหนัก, ความชื้น ถ้ามีน้ำท่วมขัง
    ข. การวางแผนการจัดสวนให้เป็นระเบียบ
    ค. ความร้อนและแรงลมบนดาดฟ้า
    ง. ความสะอาดและการดูแลความเรียบร้อย
  4. ข้อใดกล่าวถึงผักสวนครัวได้ถูกต้อง
    ก. ต้นไม้ที่ปลูกในบ้าน ใช้พืชที่น้อย
    ข. ดอกไม้ที่ปลูกหลังบ้าน ใช้พื้นที่มาก
    ค. ผักที่ปลูกไว้บริโภคในครัวเรือนใช้พื้นที่มาก
    ง. ผักที่ปลูกไว้บริโภคในครัวเรือนใช้พื้นที่ปลูกน้อย
  5. ภาชนะข้อใดเหมาะสำหรับปลูกผักสวนครัวมากที่สุด
    ก. โอ่งใบใหม่
    ข. อ่างแก้วราคาแพง
    ค. กระถางดินเผาใบใหม่
    ง. กะละมังที่มีรอยแตกเล็กน้อย
  6. เพราะเหตุใดการปลูกพืชผักสวนครัวในภาชนะ จึงต้องมีการพรวนดิน
    ก. ทำให้ดินมีแร่ธาตุสำหรับผักมากขึ้น
    ข. ทำให้ดินมีความละเอียด เนื้อเนียนมากขึ้น
    ค. ทำให้ดินมีช่องว่างสำหรับไส้เดือนมาชอนไชให้ดินร่วนซุย
    ง. ทำให้ดินร่วน ช่วยให้ต้นพืชดูดซึมน้ำ อากาศ และปุ๋ยได้อย่างสะดวก
  7. ข้อใดเรียงลำดับขั้นตอนการปลูกพืชได้ถูกต้อง
    ก. คัดเลือกเมล็ดพันธ์ เตรียมดิน เก็บเกี่ยวผลผลิต ปลูกพืช ดูแลรักษา
    ข. คัดเลือกเมล็ดพันธ์ เตรียมดิน ปลูกพืช ดูแลรักษา เก็บเกี่ยวผลผลิต
    ค. ปลูกพืช คัดเลือกเมล็ดพันธ์ ดูแลรักษา เตรียมดิน เก็บเกี่ยวผลผลิต
    ง. เตรียมดิน คัดเลือกเมล็ดพันธ์ เก็บเกี่ยวผลผลิต ดูแลรักษา ปลูกพืช
  8. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของฮอร์โมนถั่วเหลือง
    ก. ช่วยเร่งดอก เร่งผล
    ข. ช่วยเร่งต้น เร่งใบ
    ค. ทำให้ใบผักกรอบ รสชาตอร่อย
    ง. ช่วยส่งเสรมทางกายภาพทำให้สารต่างๆ เคลื่อนที่ผ่านผนังเซลล์ได้ง่ายขึ้น
  9. หลังจากที่ปลูกต้นกล้ากะเพราลงไปในกระถางเรียบร้อยแล้ว เพราะเหตุใดจึงต้องเด็ดยอดของต้นกล้ากะออกเล็กน้อย
    ก. เพื่อให้รากของต้นกล้ากะเพราติดได้เร็วขึ้น
    ข. เพื่อให้ต้นกล้ากะเพราเจริญเติบโตได้เร็วขึ้น
    ค. เพื่อให้ต้นกะเพราโตมาแตกเป็นพุ่มและไม่สูง
    ง. เพื่อให้น้ำในใบของต้นกล้าลดการคายน้ำออกมา
  10. การเก็บเกี่ยวใบกะเพราควรใช้วิธีใด
    ก. ใช้มือเด็ด
    ข. ใช้มือถอน
    ค. ใช้จอบขุด
    ง. ใช้ตะกร้าสอย

หลักสูตรท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

คำชี้แจง แบบทดสอบมีทั้งหมด 10 ข้อ 10 คะแนน ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกเพียงคำตอบเดียว ให้ตรง กับตัวเลือกในข้อ ก ข ค หรือ ง

สืบสาน “ว่าวไทย” ภูมิปัญญาหลักสี่

Local Curriculum: Career Preparation Department: Grade 3 – Thai Kites

หลักสูตรท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
สืบสาน “ว่าวไทย” ภูมิปัญญาหลักสี่ (การทำว่าวไทย : นายกุน บุญนก)

หลักสูตรท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
สืบสาน “ว่าวไทย” ภูมิปัญญาหลักสี่ (การทำว่าวไทย : นายกุน บุญนก)

ที่อยู่ : 304/686 หมู่ที่ 3 การเคหะแห่งชาติบางบัว ซ.พหลโยธิน 49/1 ถ.พหลโยธิน
แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

สืบสาน “ว่าวไทย” ภูมิปัญญาหลักสี่

แหล่งผลิตว่าวไทยของเขตหลักสี่ อยู่ที่ชุมชนทำว่าว ตั้งอยู่ที่ 304/686 หมู่ 3 การเคหะแห่งชาติบางบัว เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
ชุมชนทำว่าว เป็นชื่อเรียกชุมชนแห่งหนึ่งที่เกิดขึ้น จากการที่ได้มีผู้อยู่อาศัยในชุมชนประกอบอาชีพในการประดิษฐ์ว่าว ซึ่งเป็นภูมิปัญหาของคนไทยและเป็นหัตถกรรมพื้นบ้านออกจำหน่ายเผยแพร่ในชุมชน ชุมชนนี้มี ลุงกุน บุญนก เป็นผู้นำชุมชนในการประดิษฐ์ว่าว

                               ลุงกุน  บุญนก  เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทำว่าวพื้นบ้านทุกชนิด ผลงาน
                                  การสืบสานและสร้างสรรค์คุณค่าทางด้านศิลปะ การสืบสานภูมิปัญญาที่เป็น

ลุงกุน บุญนก ซึ่งอยู่บ้านเลขที่ 304/686 หมู่ 3 การเคหะแห่งชาติบางบัว ซอยพหลโยธิน 49/1 ถนนพหลโยธิน แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ พื้นเพเดิมเป็นคนจังหวัดนครสวรรค์ เคยรับราชการเป็นครูสอน งานช่างประดิษฐ์ แต่ด้วยความที่มีใจรักเรื่องเกี่ยวกับว่าวมาโดยตลอด ดังนั้นหลังจากเกษียณราชการแล้ว ได้ประกอบอาชีพโดยการประดิษฐ์ว่าวออกจำหน่าย โดยออกแบบว่าวให้มีลวดลายแปลกใหม่ด้วยความคิดของตัวเอง ว่าวที่ประดิษฐ์ออกจำหน่ายมีหลายแบบ หลายชนิด เช่น ว่าวนกฮูก ว่าวปลาเงินปลาทอง ว่าวผีเสื้อ ว่าวมังกร ว่าวหกเหลี่ยม ว่าวพญาครุฑ ฯลฯ

ขั้นตอนการทำว่าวขอ คุณกุน บุญนก เริ่มจากการไปหาซื้อไม้ไผ่สีสุกที่จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี และ นครศรีอยุธยา โดยจะตัดไม้ไผ่ด้วยตนเอง และเลือกตัดเฉพาะไผ่สดที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ซึ่งสีของไม้ไผ่จะมีสีน้ำตาลหรือเขียวแก่ แล้วนำไม้ไผ่ที่ได้มาผ่า นำไปแช่น้ำไว้ประมาณ 1 เดือน ทั้งนี้เพื่อให้ไม้ไผ่มีความเหนียวและป้องกันไม่ให้มอดกินเนื้อไม้ จากนั้นนำมาตากให้แห้งแล้วจึงนำมาประกอบเป็นโครงว่าว นอกจากจะทำว่าวออกจำหน่ายแล้ว ยังได้เปิดสอนการทำว่าวแก่ผู้ที่สนใจและต้องการนำไปประกอบอาชีพต่อไปอีกด้วย
ปัจจุบันผู้สืบทอดกลวิธีการทำว่าวไทยหลักสี่ รุ่นที่ 2 คือ นายสาโรจน์ บุญนก ซึ่งรับสอนการทำว่าว แก่ผู้ที่สนใจและต้องการนำไปประกอบอาชีพต่อไปอีกด้วย

ว่าวปักเป้า (The Pakpao kite)

ว่าวปักเป้ามีลักษณะเช่นเดียวกับว่าวอีลุ้ม แต่มีไม้ส่วนโครง ที่เป็นปีกจะแข็งกว่าปีกของว่าวอีลุ้ม จึงต้องมีหางที่ทำด้วยผ้าหรือวัสดุอื่นๆ ที่เป็นเส้นยาวถ่วงอยู่ที่ส่วนก้น เมื่อชักขึ้นลอยไปอยู่ในอากาศแล้วจะไม่ลอยอยู่เฉยๆ จะส่ายตัวไปมา และเมื่อถูกคนชักกระตุกสายเชือกตามวิธีการแล้ว จะเคลื่อนไหวโฉบเฉี่ยวไปมาท่าทางต่างๆ ตามต้องการ

วัสดุและอุปกรณ์

  1. ไม้ขนาดเบา 2 ชิ้น ชิ้นที่สองสั้นกว่าชิ้นแรกประมาณ 1/6
  2. ด้ายไนล่อนขาว
  3. กระดาษว่าว
  4. กาวลาเท็กซ์
  5. กรรไกร
  6. คัตเตอร์
  7. ดินสอ
  8. เข็ม  
    ขั้นตอนการทำ
  9. นำไม้ปีกมาวางขวางไม้อก โดยห่างจากส่วนหัวของไม้อก 1 ใน 5 และวัดสัดส่วนของไม้ปีกทั้ง 2 ข้างให้เท่ากัน แล้วใช้ด้ายมัดจุดตัดให้แน่น
  10. ผูกด้ายจากปลายไม้ปีกทั้ง 2 ข้าง ถึงก้นว่าว โดยดึงไม้ปีกทั้ง 2 ข้างให้โค้งเท่ากัน
  11. ผูกด้ายจากยอดของไม้อกไปยังไม้ปีกทั้ง 2 ข้าง และทิ้งปลายด้ายไว้ ประมาณ 5 เซนติเมตร
  12. ผูกด้ายซอยสะพายแล่งจากไม้อกไปยังไม้ปีก เพื่อดึงไม้เป็นจุด ๆ
  13. วางโครงว่าวบนกระดาษ และตัดกระดาษให้ห่างจากตัวโครงว่าวประมาณ 1 นิ้ว แล้วพับกระดาษเข้าหาตัวโครงว่าวและใช้กาวติดทั้ง 4 มุม
  14. แปะดอกว่าวทั้งด้านหน้าและด้านหลังว่าวให้เกิดความสวยงาม
  15. ตัดกระดาษเป็นริ้วๆ แล้วม้วน เพื่อนำไปทำพู่ จำนวน 2 ชิ้น
  16. นำพู่ไปผูกกับปลายด้ายของปีกที่เผื่อไว้ในขั้นตอนที่ 3 ทั้ง 2 ข้าง
  17. ใช้เข็มเจาะบริเวณจุดที่ตัดกันของไม้อกและไม้ปีกและบริเวณด้านล่าง
    ถัดลงมาประมาณ 7 เซนติเมตร
  18. นำด้ายมาร้อยผ่านทั้ง 2 รูที่เจาะไว้แล้วผูกปลายด้านทั้ง 2 ข้างกับไม้ให้แน่น
  19. เจาะรูด้านล่างตรงกลางของก้นว่าว เพื่อร้อยด้ายไว้ผูกกับหางว่าว
  20. นำด้ายมาร้อยให้เป็นหางว่าว แล้วผูกปลายด้ายกับไม้ให้แน่นและปล่อยปลายด้ายทิ้งไว้ประมาณ 30 เซนติเมตร
  21. ตัดกระดาษยาวประมาณ 30 เซนติเมตร เพื่อนำไปทำเป็นหางว่าว นำหางว่าวไปผูกติด กับด้ายที่ปล่อยชายทิ้งไว้ในขั้นตอนที่ 12 นำด้ายพร้อมหลอดด้ายที่เหลือมาผูกกับด้ายที่ผูกไว้ในขั้นตอนที่ 10 ในมุม 60 องศา

Preserving and Enhancing “Thai Kite” — The Wisdom of Lak Si People
(Thai kite making: Mr. Bun Bunnok)

Mr. Bun Bunnok
Chula Kite

ที่อยู่ : 304/686 หมู่ที่ 3 การเคหะแห่งชาติบางบัว ซ.พหลโยธิน 49/1 ถ.พหลโยธิน แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 

Address: 304/686 Village No. 3, Bang Bua National Housing Authority, Soi Phahonyothin 49/1, Phahonyothin Rd. Talat Bang Khen Subdistrict, Lak Si District, Bangkok 10210

Preserving and Enhancing “Thai Kites”

The Wisdom of Lak Si People

The importance of Thai kites for Lak Si and the people of Lak Si is obvious from the motto of the district – “ Famous Lak Si Temple, Thai Kite Center, Renowned Khon Masks, and Beautiful Lak Si District.”


Lak Si district has a famous Buddhist temple called ‘Lak Si Temple.’ It has a Thai kite making community. Besides, it is also a place where Khon masks are produced. All in all, Lak Si is a wonderful place.

The Kit Making Community


The community of kite makers is the name given to one community in Lak Si district. Due to the fact that there are people living in the community working in the creation of kites. As we know, kite making is an intellectual product of Thai people and is a local handicraft for distribution within and outside of the community. This community has Uncle Kun Bunnok as the community leader in kite making.

The picture below is Uncle Kun Bunnok.
ครูกุน บุญนก

Pictures of the Kites

References

Lak Si District Office (Por.Por.Por.). The Story of Lak Si. Bangkok (In Thai).

https://www.facebook.com/ว่าวไทย-ลุงกุน -บุญนก-433079590218681

http://www.thaiwisdom.org/versionshow/4?page=6

http://sci4fun.com/kite/goon.html

http://sci4fun.com/kite/kite.html

http://www.bangkok.go.th/laksi/page/sub/6568

http://www.bangkoktourist.com/index.php/top-attractions/index?top_id=302

http://service.nso.go.th/nso/nsopublish/service/bangkokMap/Html/Map_tour/Laksi1.htm

แบบทดสอบหลักสูตรท้องถิ่น

แบบทดสอบหลักสูตรท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
เรื่อง สืบสาน “ว่าวไทย” ภูมิปัญญาหลักสี่


คำชี้แจง แบบทดสอบมีทั้งหมด 10 ข้อ 10 คะแนน ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกเพียงคำตอบเดียว ให้ตรงกับตัวเลือกในข้อ ก ข ค หรือ ง

  1. ชุมชนทำว่าวของเขตหลักสี่ ตั้งอยู่ที่ชุมชนใด
    ก. ชุมชนตลาดบางเขน
    ข. ชุมชนเคหะบางบัว
    ค. ชุมชนตลาดหลักสี่
    ง. ชุมชนหลักสี่พัฒนา 99
  2. บุคคลใดเป็นผู้นำชุมชนในการประดิษฐ์ว่าว ของเขตหลักสี่
    ก. นายนิเวศ แววสมณะ
    ข. นายสาโรจน์ บุญนก
    ค. นายเสน่ห์ มากโฉม
    ง. นายกุน บุญนก
  3. บุคคลที่เป็นผู้นำชุมชนในการประดิษฐ์ว่าว เขตหลักสี่ ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติจากสำนักเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการในด้านใดประจำปีพุทธศักราช 2548
    ก. ครูภูมิปัญญาไทยรุ่นที่ 4 ด้านหัตกรรม
    ข. ครูภูมิปัญญาไทยรุ่นที่ 4 ด้านศิลปกรรม
    ค. ครูภูมิปัญญาไทยรุ่นที่ 4 ด้านจิตรกรรม
    ง. ครูภูมิปัญญาไทยรุ่นที่ 4 ด้านเกษตรกรรม
  4. จากรูปภาพเป็นว่าวชนิดใด
    ก. ว่าวควาย
    ข. ว่าวจุฬา
    ค. ว่าววงเดือน
    ง. ว่าวหกเหลี่ยม
  5. ในการทำโครงว่าว ของชุมชนทำว่าวเขตหลักสี่ จะเลือกใช้ไม้ไผ่ชนิดใด
    ก. ไผ่สีสุก
    ข. ไผ่เลี้ยง
    ค. ไผ่รวก
    ง. ไผ่เหลือง
  6. ชุมชนทำว่าวเขตหลักสี่ จะเลือกใช้ไผ่สดที่มีอายุตั้งแต่กี่ปีขึ้นไป ในการนำมาทำว่าว
    ก. ไผ่สดอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป
    ข. ไผ่สดอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป
    ค. ไผ่สดอายุตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไป
    ง. ไผ่สดอายุตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป
  7. เพราะเหตุใด ก่อนที่จะนำไม้ไผ่มาใช้ในการทำโครงว่าว จึงต้องนำไปแช่น้ำไว้ประมาณ 1 เดือน
    ก. ให้เก็บไว้ใช้ได้นานๆ
    ข. เพิ่มลวดลายให้กับเนื้อไม้
    ค. ป้องกันไม่ให้มอดกินเนื้อไม้
    ง. มีวัสดุในการทำว่าวได้ตลอดเวลา
  8. ในการทำว่าวปักเป้า ไม้ที่อยู่ในแนวตั้งเรียกว่าอะไร
    ก. ไม้อก
    ข. ไม้ปีก
    ค. ไม้แบบ
    ง. ไม้ปักเป้า
  9. ถ้านักเรียนไม่มีกระดาษว่าว ควรเลือกใช้สิ่งใดแทนจึงจะเหมาะสมที่สุด
    ก. สมุดวิชาการงานอาชีพ
    ข. กล่องลังกระดาษ
    ค. หนังสือพิมพ์
    ง. กระดาษทิชชู
  10. ทำไมว่าวของชุมชนทำว่าวเขตหลักสี่ จึงยังได้รับการยอมรับและเป็นที่นิยมในปัจจุบัน
    ก. ว่าวมีราคาถูก หาซื้อง่าย
    ข. ว่าวที่ทำออกจำหน่าย มีแบบซ้ำๆ เหมือนเดิม
    ค. มีการโฆษณาและประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง
    ง. ออกแบบว่าวให้มีลวดลายแปลกใหม่ตลอดเวลา

Words You Should Know

Vocabulary : สืบสานว่าวไทย ภูมิปัญญาหลักสี่

  1. Kite (ไคท) แปว่า ว่าว
  2. Community (คะ-มิว-นิ-ที) แปลว่า ชุมชน
  3. Create (ครี-เอท) แปลว่า สร้าง, ประดิษฐ์
  4. Craft (คราฟท) แปลว่า งานศิลปะที่ทำด้วยมือ, หัตถกรรม
  5. Teach (ทีช) อบรม, สอน
  6. Green (กรีน) แปลว่า สีเขียว
  7. Step (สะ-เต็ป) แปลว่า ขั้นตอน, วิธีการ
  8. Career (คะ-เรียร์) แปลว่า อาชีพ
  9. Bamboo (แบม-บู) แปลว่า ต้นไผ่, ไม้ไผ่
  10. Sell (เซล) แปลว่า ขาย, จำหน่าย

หลักสูตรท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ป.3

คำชี้แจง แบบทดสอบมีทั้งหมด 10 ข้อ  10  คะแนน ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกเพียงคำตอบเดียว ให้ตรงกับตัวเลือกในข้อ  ก ข ค หรือ ง


แปล »